video_image

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ระบุถึงเกณฑ์การได้รับอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ70 ปี 9 มิ.ย. 2559  และโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค. 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  เพื่อให้ผู้ต้องโทษมีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี

สำหรับนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับอภัยโทษ ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือได้รับโทษแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และผู้ต้องโทษอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้ เช่น ผู้พิการตาบอดสองข้าง มือเท้าด้วน ทุพลภาพชัดเจน ผู้เจ็บป่วยโรคเรื้อน ไตวายเรื้อรัง มะเร็ง เอดส์ หรือโรคจิต ที่แพทย์รับรองว่าไม่สามารถรักษาในเรือนจำให้หายได้ โดยต้องจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 2

ส่วนผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษ เช่น ผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกิน 8 ปี จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต หลังวันที่ประกาศนี้บังคับใช้ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ต้องขังชั้นกลาง ชั้นเลวชั้นเลวมาก ผู้ต้องขังเด็ดขาดซึ่งต้องโทษในความผิดมาตรา 276 วรรค 3 (กระทำชำเราโดยใช้อาวุธหรือเข้าข่ายโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน) มาตรา 277 มาตรา 277 ทวิ มาตรา 277 ตรี (เกี่ยวกับการกระทำชำเราเยาวชนต่ำกว่า 15 ปี) มาตรา 280 (กระทำจนผู้ถูกกระทำถึงแก่ชีวิต) มาตรา 285 (กระทำชำเราผู้อยู่ภายใต้ปกครอง) หรือมาตรา 343 ตามประมวลกฎหมายอาญา

โดยผู้ต้องหาที่มีชื่อเสียงที่เข้าข่ายลดวันต้องโทษ ได้แก่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์, นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม, นายวาสนา เพิ่มลาภ, นายวิโรจน์ นวลแข เป็นต้น 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wd9jqDFUYsc