video_image

คณะรัฐมนตรี ตัดสินใจเบรคมาตรการงดส่งน้ำทำนาปรังปี 59 โดยคาด 2-3 สัปดาห์หน้า ฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ช่วยให้สถานการณ์น้ำดีขึ้น ด้านศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง เร่งทำฝนหลวงเพื่อเติมใน 5 เขื่อนหลัก

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงมาตรการการแก้ปัญหาภัยแล้ง ว่าสถานการณ์น้ำจะเริ่มมีปัญหาตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ ดังนั้นจึงมีการกำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร เพราะมีน้ำต้นทุนในเขื่อนเพียงร้อยละ 20-30 เท่านั้น แม้จะมีฝนตกลงมาแต่ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนช่วยเหลือเบื้องต้น โดยขอความร่วมมือให้ปลูกพืชชนิดอื่น ทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง โดยรัฐบาลจะดูแลให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่อยากให้ใช้คำว่างดทำนา เพราะอาจทำให้ตื่นตระหนก แต่หากฝ่าฝืนรัฐบาลจะดูแลได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

 

ขณะที่พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำ 2,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนลุ่มน้ำอื่น ๆ ไม่รวมลุ่มเจ้าพระยา และแม่กลอง มี 7,800 ลูกบาศก์เมตร ถือว่าสถานการณ์ได้คลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่ง และในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า จะมีฝนตกในภาคเหนือและอีสานตอนบน ดังนั้นจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการลดการส่งน้ำ ซึ่งกระทรวงเกษตรจะติดตามสถานการณ์เป็นรายสัปดาห์ เพื่อหาทางรับมืออย่างเป็นระบบ

 

ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมได้อนุมัติกรอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบในช่วงฤดูแล้งในปี 2558-2559 รวม 8 มาตรการ ประกอบด้วย

 

1.การส่งเสริมความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน

2.มาตรการชะลอหรือขยายเวลาในการชำระหนี้กับสถาบันการเงิน

3.การจ้างงานเพื่อสร้างรายได้

4.การเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชน

5.การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ

6.การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำต้นทุน

7.การเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

8.และการสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอยู่ในปัจจุบัน

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DD7LfcynggE