พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. ว่านายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในนามรัฐบาล ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มั่นใจได้ว่าจะช่วยเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ อย่างดีที่สุด โดยขณะนี้ยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด มีทั้งหมด 125 ราย มาเลเซีย 2 ราย จีน 28 ราย ฮ่องกง 2 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย อินโดนีเซีย 1 ราย ฟิลลิปปินส์ 1 ราย มัลดีฟ 1 ราย โอมาน 1 ราย สิงคโปร์ 2 ราย ไทย 42 ราย และระบุไม่ได้ 43 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต มีทั้งหมด 20 ราย มาเลเซีย 2 ราย จีน 2 ราย ฮ่องกง 2 ราย สิงคโปร์ 1 ราย ไทย 5 ราย และระบุไม่ได้ 8 ราย

 

นอกจากนี้ นายกฯได้กล่าวชื่นชมน้ำใจคนไทยที่ได้แสดงให้ชาวโลกได้เห็น แม้ควันระเบิดจะยังไม่จาง แต่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ ก็เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บในทันที มอเตอร์ไซค์รับจ้างรับส่งผู้โดยสารไม่คิดค่าใช้จ่าย และยังร่วมใจบริจาคเลือด เมื่อได้รับการร้องขอจากสภากาชาด แม้จะอยู่ในช่วงเวลาดึกดื่นก็ตาม รัฐบาลซาบซึ้งใจมาก

 

ขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ตัดสินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากมูลเหตุอะไร หรือจากกลุ่มใด แม้ว่าจะมีสิ่งบ่งชี้หรือบอกเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่นายกฯไม่อยากให้ตัดประเด็นใดออกไป ในเบื้องต้นจึงรวบรวมหลักฐานทุกอย่าง ทั้งวัตถุพยาน ประจักษ์พยาน นิติวิทยาศาสตร์ ภาพนิ่ง ภาพกล้องวงจรปิด ทั้งจากในพื้นที่และจากประชาชนนำมาประกอบกันเพื่อให้มีข้อมูลในการหาตัวผู้กระทำผิดให้ได้มากที่สุด

 

นายกฯ จึงขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตาให้กับรัฐบาล โดยผู้ที่มีข้อมูลภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุในบริเวณพื้นที่ราชประสงค์ ส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร เพื่อนำมาปะติดปะต่อ ซึ่งอาจนำสู่หลักฐานสำคัญที่จะชี้ตัวผู้กระทำผิดได้ โดยติดต่อตำรวจได้ที่เบอร์ 191 และ 1599

 

สำหรับที่มีการแชร์หรือโพสต์ภาพผู้ต้องสงสัยวางระเบิดใส่เสื้อสีเหลืองมีลักษณะคล้ายแขกขาว พลตรีสรรเสริญกล่าวว่า ยังไม่มีการฟันธงใดๆทั้งสิ้น จะต้องมีการตรวจสอบทุกกรณีทั้งภาพรวมถึงข้อมูลที่แชร์ต่อๆกัน โดยเบื้องต้นทางหน่วยงานความมั่นคงพบว่า ข้อมูลที่แชร์เพื่อประสงค์ให้เข้าใจผิดและเกิดความสับสนผ่านทางโซเชียลมีเดียนั้น มีต้นตออยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจะต้องตรวจสอบกันต่อไป ขอให้ประชาชน ขอให้อยู่ในความสงบรับฟังข้อมูลอย่างมีสติ อย่าหลงเชื่อและส่งต่อข้อมูลในโซเชียลมีเดีย เพราะไม่มีความน่าเชื่อถือว่าเป็นข้อมูลจริงหรือสร้างขึ้น อาจก่อให้เกิดความตระหนก ขณะนี้ที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องรื้อฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมา

 

ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พลตรีสรรเสริญกล่าวว่า ยังไม่ได้ระบุตัวเลขว่าจะเป็นเท่าไหร่ แต่เงินชดเชยเยียวยาประชาชน มีหลายกองทุน อาทิ เงินทุนตั้ง 200 ล้านบาท , เงินช่วยเหลือเยียวยากระทรวงยุติธรรม และเงินช่วยเหลือเยียวยากระทรวงท่องเที่ยวฯ เป็นต้น

 

นายกฯจึงสั่งการให้ทุกกระทรวงไปดูตัวเลขของตัวเองให้ชัดเจน และจัดทำรายละเอียดเงินเยียวยาแต่ละกระทรวงโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบรวบรวม จึงยังไม่สามารถบอกได้ เพราะกลัวจะเกิดความเข้าใจผิดว่าความช่วยเหลือมีไม่ครบทุกกระทรวง

 

รัฐบาลเน้นย้ำช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทั้งผู้ที่บาดเจ็บ เสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินที่เสียหายขอให้ติดต่อเข้ามาตามจุดต่างๆ โดยชาวไทย - ประสานกระทรวงมหาดไทย โดยเข้ามาติดต่อได้ที่ กรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการผู้ว่าฯกทม. และชาวต่างชาติ - ประสานที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยกระทรวงต่างประเทศอำนวยความสะดวกเรื่องล่าม

 

จากนี้ไป จะเป็นการบริหารข้อมูลข่าวสาร สร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน, ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ และการดำเนินภารกิจอื่นๆของประเทศจะต้องดำเนินต่อไป โดยนายกฯกำชับว่าจะต้องบริหารทั้ง 3 ส่วนนี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่น ศรัทธา พลิกวิกฤตเป็นโอกาส รวมใจ รวมพลัง ส่งกำลังใจไปยังผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจด้วย