25 มี.ค. 2563
2,533 ครั้ง

เผาแล้ว เหยื่อไวรัสมรณะบรรจุศพ 3 ชั้น ไม่ได้จัดพิธีสวด หมอยันถ้าคนตาย เชื้อก็ตาย ไม่ต้องกังวล

จากกรณี วันที่ 24 มีนาคม 2563 กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 รายนั้น ล่าสุดครอบครัวของผู้เสียชีวิตชาย อายุ 70 ปี ที่พบว่ามีการติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย และก่อนหน้าไม่มีวัดให้จัดงานศพ ขณะนี้ได้วัดจัดงานศพแล้ว และมีการฌาปนกิจศพทันที ไม่ได้มีพิธีสวดอภิธรรมศพ    

 

ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า สามีของเธอรักษาตัวนานกว่า 1 เดือน ( 2 ก.พ. - 23 มี.ค.) จนผลตรวจโควิด-19 ออกมาว่าเป็นผลลบ คือไม่มีเชื้อโควิดอีกแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางคุณหมอก็โทรมาแจ้งว่าให้ทำใจนะ คุณพ่อคงมีเวลาอยู่ต่อได้อีกราว 1 อาทิตย์ เนื่องว่าเชื้อไวรัสเข้าไปทำลายอวัยวะภายในจนเสียหายหมดแล้ว ทางครอบครัวก็เริ่มทำใจ แต่ถามว่าตอนนี้ทำใจได้หรือก็ยังคงทำใจไม่ได้

 

ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตชาย อายุ 45 ปี ที่มีโรคเบาหวานและโรคอ้วนร่วมด้วย ได้ทำการฌาปนกิจศพแล้วเช่นกัน โดยลูกสาว เปิดเผยว่า พ่อทำงานที่ผับย่านสุขุมวิท ตอนที่เริ่มมีไข้ได้ไปของตรวจโควิด-19 ฟรี ที่โรงพยาบาลเอกชน แต่กรมควบคุมโรคแจ้งว่าไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงตรวจฟรีไม่ได้ เพราะที่บ้านไม่ได้มีฐานะมากจึงตัดสินใจไม่ตรวจ แต่ต่อมาอาการหนักขึ้นจึงไปหาหมออีกครั้ง และตัดสินใจตรวจจนพบว่าเป็นโควิด-19 พ่ออยู่ ICU 10 วัน รับยาต้านแล้วแต่ก็ไม่ทัน อาการแย่ลงเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ทำพิธีฌาปนกิจแล้ว จะสวดอภิธรรมศพตามทีหลัง

 

ส่วนเรื่องการจัดการศพ นพ.ทรงวุฒิ วิญญูวรรธน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันพยาธิวิทยา ยืนยันว่า ไม่ต้องมีความกังวลใด ๆ ไม่มีการแพร่เชื้ออย่างแน่นอน การเผาศพที่วัดใช้ความร้อนสูงมาก 60-70 องศาฯ ซึ่งเชื้อตายหมดแล้ว และฝุ่นควันที่ออกมาจากเถ้าของการเผาก็ปลอดภัย

 

นอกจากนี้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ยืนยันว่า หากผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว เชื้อไวรัสก็ไม่สามารถแพร่กระจายได้ และในกรณีของผู้เสียชีวิตวัย 79 ปี มีการตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการและเป็นลบแล้ว ก่อนจะเสียชีวิต จึงไม่น่าจะต้องกังวล

 

ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สำหรับการจัดการศพ เรามีการซักซ้อมตามมาตรฐาน โดยผู้ที่จะเข้าดูแลร่างผู้เสียชีวิตจะใส่ชุดป้องกันตัวอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าร่างจะมีเชื้อแล้วหรือไม่ก็ตาม ซึ่งบางรายก็รักษาจนไม่มีเชื้อแล้ว แต่ก็ต้องสวมใส่เพื่อความมั่นใจในการทำงาน โดยจะมีนำสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% นำมาอุดตามช่องอวัยวะต่าง ๆ จากนั้นจะพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกด้านของร่างกาย แล้วจึงนำร่างบรรจุถุงซิปล็อกจำนวน 3 ชั้น

 

โดยหลังบรรจุชั้นที่ 1 มีการสเปรย์ฆ่าเชื้อ แล้วนำบรรจุลงในถุงชั้นที่ 2 ฉีดพ่นฆ่าเชื้อแล้ว บรรจุลงถุงชั้นที่ 3 แล้วสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้ออีกรอบ เพื่อสร้างมั่นใจผู้ดูแลผู้เสียชีวิตว่า ถุงซิปชั้นนอกสุดจะไม่มีเชื้อโรคเลย โดยถุงซิปบรรจุร่างก็เป็นถุงสำหรับใส่ร่างศพจากโรคติดต่ออันตราย โอกาสหลุดรอดหรือรั่วก็เป็นไปได้ยาก

 

หลังจากบรรจุศพแล้วจะไม่มีการเปิดถุงอีก ดังนั้นก่อนที่จะมีการดำเนินการดังกล่าว ญาติผู้เสียชีวิตก็จะต้องใส่ชุดป้องกันเพื่อมายืนยันร่างผู้เสียชีวิตก่อน ทั้งนี้ เมื่อเคลื่อนย้ายศพมาถึงวัดก็สามารถดำเนินการตามพิธีทางศาสนาได้ตามปกติ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VVEXFkftyWM

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ