10 มี.ค. 2563
581 ครั้ง

'บอย' อ้างแค่โพสต์คลิปหน้ากากสร้างภาพ ยันไม่รู้จัก 'ธรรมนัส' เพื่อนบ้านแฉทำตัวเป็นมาเฟีย เคยชักปืนขู่

ความคืบหน้ากรณีนายบอย หรือเสี่ยบอย ไนท์มาร์เก็ต ที่โพสต์เฟซบุ๊กอ้างสามารถจัดหาหน้ากากอนามัยจำนวนมาก และอ้างเป็นคนสนิทของผู้ติดตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

นายบอย-ศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี พร้อมทนายความก็เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท. มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญขาการตำรวจภูธรภาค2 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค2 โดยทันทีที่เข้ามา ก็ยกมือไหว้บอกผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่มีหน้ากากอนามัย และไม่ได้ขาย เป็นแค่พ่อค้าออนไลน์และโพสต์เล่นตามกระแส ไม่รู้จักกับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

จากนั้นใช้เวลาประมาน15นาที นายบอยก็เดินออกมาพร้อมพล.ต.ท.มนตรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2  ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ท.มนตรีบอกว่า จะพานายบอยไปเข้าห้องน้ำ และเดินลงมาประกบ มีลักษณะคล้ายโอบตัวนายบอย จากนั้นก็เดินลงมาชั้นล่าง ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าจะไปไหน ก็บอกจะไปเข้าห้องน้ำ  และก็นำตัวนายบอยขึ้นรถออกไป และรถของพล.ต.ท.มนตรี ก็ขับตาม ท่ามกลางความงุนงง ของสื่อมวลชน เพราะบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ทั้งๆที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค2แห่งใหม่ก็มีห้องน้ำ

 

จนกระทั่งมาตรวจสอบภายหลัง พบว่า ตำรวจนำตัวนายบอยเข้ามาสอบสวนที่สำนักงานตรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.มนตรี นำตัวนายบอยมาถึงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และก็เข้าไปพบ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ซักถามด้วยตนเอง

 

นายบอยเปิดใจตอบคำถามกับสื่อมวลชนถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่า ตนเองเป็นเพียงนายหน้าจัดหาหน้ากากอนามัยให้กับผู้ที่ต้องการซื้อ เรื่องทั้งหมดที่นำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นการสร้างภาพให้ตนเองดูน่าเชื่อถือ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจ

 

ไม่เคยจัดหาหน้ากากอนามัยหลักล้านชิ้นได้จริง หากมีคนมาติดต่อสั่งซื้อจริง ก็จะพยายามลองหาก่อน แต่สุดท้ายก็จะยอมรับว่าจัดหาไม่ได้ แต่ก็ทำให้ได้ช่องทางติดต่อจากคนที่ต้องการซื้อเพิ่ม ส่วนภาพต่างๆ ที่นำไปโพสต์ยอมรับว่าเป็นภาพที่เคยไปติดต่อกับโรงงานต่างๆ ในฐานะนายหน้า ก่อนที่จะเกิดวิกฤติโรคโควิด 19 บางภาพเป็นสินค้าได้มาตรฐานจริง

 

แต่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ บางภาพเป็นคนที่เคยติดต่อทำการซื้อขายกับจีน ซึ่งตนก็ขอไปถ่ายภาพด้วยเป็นที่ระลึก ส่วนที่ตนอ้างว่ารู้จักกับผู้ช่วยคณะทำงานของร้อยเอกธรรมนัส ยอมรับว่า เคยได้เจอกันไม่กี่ครั้ง ไม่ถึงขั้นสนิทสนม และไม่เคยเจอร้อยเอกธรรมนัสมาก่อน ที่อ้างไปแบบนั้น ก็เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ทำลงไปทั้งหมด ก็เพราะต้องการหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้ได้กราบขอโทษทุกคนในสังคมที่ทำให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนก ไม่คิดว่าเรื่องที่โพสต์จะบานปลาย ยอมรับว่าทำไปโดยคึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

ด้านพลตำรวจเอกสุวัฒน์ บอกว่า การชี้แจงดังกล่าว ก็ถือเป็นสิทธิ์ของนายศรสุวีร์ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการพิจารณาข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่านับตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวลงโซเชียลมีเดีย ก็สั่งการให้ชุดสืบสวน เข้าไปตรวจค้น 6 จุดเป้าหมาย หนึ่งในนั้นคือโรงงานที่นายศรสุวีร์ เคยไปไลฟ์สด เพื่อโฆษณาอ้างว่าสามารถจัดหาหน้ากากอนามัยได้จริง แต่เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับนายศรสุวีร์ในวันนี้ได้ แต่ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อคลายความสงสัยของสังคม

 

สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหากับนายบอย ตำรวจจะพิจารณาจากผลการตรวจค้นทั้ง 6 จุด หากไม่พบว่ามีการกักตุนสินค้าตามที่อ้าง ก็จะส่งให้ตำรวจ ปอท. รับไปดำเนินคดี ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่หากพบมีการกักตุนสินค้าจริง ก็จะส่งให้ ตำรวจ ปคบ. รับไปดำเนินคดีแทน

 

สำหรับนายบอยนั้น ยอมรับว่าตนเองเป็นคณะกรรมการติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร. ของโรงพักแห่งหนึ่ง เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ ติดตามตรวจสอบการทำงานของตำรวจ นอกจากนี้ยังพบว่า มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนาย โดยล่าสุดมีการไปร่วมงานเลี้ยงรุ่น นรต.38 ซึ่งเป็นรุ่นของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2 และมีการถ่ายภาพตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนาย ทั้งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2 ซึ่งจัดภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองพัทยา 

 

นอกจากนี้ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ถือว่านายบอยทีชื่อเสียง ซึ่งคนที่ทำอาชีพค้าขายจะรู้จักกันดีว่าศรสุวีร์ หรือ บอย ไนท์มาร์เก็ต เป็นผู้จัดตลาดนัดกลางคืนในพื้นที่ภาคตะวันออก

 

และจากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่านายบอย มีการ จดทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจ ในนาม บริษัท ภาอภิภา จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2558 ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 149/30 หมู่ที่ 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มี นางสาวภาอภิภา ช่วงชัยวัทน์ ภรรยา  เป็นกรรมการบริษัท

 

ทางด้านเพื่อนบ้านนายบอย ยังเล่าพฤติกรรมของนายบอยว่า เคยทะเลาะวิวาทกับบ้านตนมาแล้ว เพียงอค่ไปเตือนว่าเปิดเพลงเสียงดังช่วงกลางดึก แต่นายบอยไม่เบาเสียงเพลงและด่าทอ ทำร้ายร่างกาย และทำท่าจะชักปืน บอกว่ามีปืนนะ  ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนบ้านไม่มีใครกล้ายุ่ง และสุงสิงกับนายบอยอีก ที่ผ่านมาเคยเห็นลักษณะคล้ายรถกระบะขนของมาที่บ้านหลังนี้ แต่นานมาแล้ว  และไม่เคยรู้มาก่อนว่า ขายหน้ากากอนามัย

 

ทางด้านของ น.ส.ภาอภิภา ช่วงชัยวัทน์ อายุ 39 ปี หรือ แป้ง ภรรยา นายบอย ได้เปิดบ้านให้ตำรวจกองปราบปรามและตำรวจ ปคบ.นำหมายศาลเข้าตรวจค้นในบ้านพัก โดยจาการตรวจค้นไม่พบหลักฐาน ของกลาง พบเพียงคอมพิวเตอร์ 1 ตัวเท่านั้น

 

โดยนางสาวแป้งกล่าวว่า เรื่องที่สามีตนเองโพสต์ลงเป็นแค่การโพสต์เรียกกระแส เรื่องจริงไม่มีและไม่ได้ขายหน้ากากออนไลน์ ที่ผ่านมาเคยเตือนสามีว่าอย่าโพสต์แบบนี้ แต่สามีก็บอกขำๆ ไม่มีอะไร  ขอยืนยันว่า ไม่ได้ขายหน้ากากอนามัยขนาดที่บ้านยังไม่มีใช้แม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนรถเบนซ์ป้ายแดง ก็ซื้อมาหลายเดือนแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกัน หลังจากค้นบ้านเสร็จสิ้น ตร.ก็เชิญตัวภรรยานายบอยไปสอบปากคำที่สภ.หนองปรือ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zOGoYh1Uej4

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ