24 ก.พ. 2563
883 ครั้ง

ความเก๋า 'อาม่า' วัย 75 กับธุรกิจ ข้าวกล่องเดลิเวอรี่ คู่หูยายหลาน

ความเก๋าอาม่าวัย 75 กับธุรกิจ ข้าวกล่องเดลิเวอรี่ คู่หูยายหลาน

 

 

จุดเริ่มต้น ข้าวกล่องอาม่า เดลิเวอรี่

 

ก่อนที่จะมาเป็นข้าวกล่องอาม่าเดลิเวอรี่ ที่ประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ 'อาม่ารัตนา' เล่าว่า จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปสมัยอาม่าอายุ 40 ปี ท่านอาศัยอยู่คนเดียวที่ย่านเจริญกรุง เคยเปิดร้านอาหารแถวสาทร ขายอยู่ใต้ตึกออฟฟิศ จนถึงตอนนี้อาม่าอายุ 75 ปีแล้ว ด้วยความเป็นห่วงของหลานชายเอง อยากให้มีคนคอยดูแลใกล้ ๆ

 

ประกอบกับอยากให้ครอบครัวใกล้ชิดกัน เพราะไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกัน จึงได้ชักชวนอาม่าให้มาอยู่ด้วยกันแต่ท่านไม่ยอมมา เพราะกลัวว่าจะเป็นภาระ คุณไบร์ทจึงอยากหาอะไรให้อาม่าทำท่านจะได้ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ จึงได้ชักชวนอาม่าร่วมธุรกิจของครอบครัวที่ชื่อว่า ข้าวกล่องอาม่า ซึ่งเป็นการเริ่มธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ๆ

 

 

'อาม่ารัตนา' เล่าอีกว่า เมื่อก่อนขายข้าวแกงขายมาตั้งแต่จานละ 10 -15 บาท ได้ประมาณ 20 ปี ขายวันหนึ่งก็ได้เกือบ1หมื่นบาทพนักงานส่วนใหญ่แถวนั้นล้วนก็เคยเป็นลูกค้าร้านของอาม่าทั้งนั้น แต่ก็ได้เลิกขายไปเพราะทำไม่ค่อยไหวไม่มีคนช่วย และอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรมาประมาณ 1 ปี ต่อมามีเพื่อนมาเปิดร้านอาหารแถวหัวมุมสาทรอาม่าก็ได้ไปช่วยอยู่ประมาณ 1 ปีแต่ก็ประสบปัญหาเรื่องค่าที่เช่าแพงแต่ก็ได้เลิกขายไป

 

ด้านคุณไบร์ท พิชญุตม์ อายุ 25 ปี พอเรียจบอยากหาอะไรให้อาม่าทำจึงได้มาปรึกษาอาม่าว่าอยากลองทำข้าวกล่องขายโดยให้อาม่าเป็นเชฟฝีมือเยี่ยมปรุงอาหารเอง และมีลูกมืออย่างหลานชายเป็นคนคอยช่วย 

 

 

โดยก่อนได้ฝึกงานอยู่ที่บริษัทเกี่ยวกับขายอุปกรณ์มือถือในห้าง รู้สึกว่าค่าใช้จ่ายแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 200 บาท เวลาพักเที่ยงกว่าจะได้ออกไปกินข้าวแต่ละครั้งต้องปิดร้านนานกว่า 1-2 ชั่วโมง คิดว่าถ้ามีบริการส่งข้าวมาเสริฟ์ถึงที่ก็คงดี จึงเป็นไอเดียของ 'ข้าวกล่องอาม่าเดลิเวอรี่นั้นเอง

 

ช่วงแรก ๆ กระแสการตอบรับ ที่ทำไม่ค่อยได้รับการตอบรับสักเท่าไหร่ มีออร์เดอร์ประมาณ 50-100 กล่องต่อวัน ด้วยความที่ไม่ได้มีหน้าร้านคนก็ไม่ค่อยรู้จักเยอะ จึงมีการทำโบว์ชัวร์แจกตามบริษัท ตามห้างสรรพสินค้า มีการจัดโปรโมชั่นสั่งครั้งแรก กล่องละ 29 บาท สั่งผ่านไลน์และมีการจัดส่งฟรี

 

 

ซึ่งในครั้งแรกทางครอบครัว และ อาม่ารัตนา ก็ไม่ได้เห็นด้วย ท่านมองว่าใครก็ทำได้ และด้วยความที่คุณไบรท์เรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจ มีโอกาสทำงานเยอะกว่า เงินเดือนก็มั่นคงกว่า ทำไมต้องมาทำอาหารมันเหนื่อย แต่มีคุณแม่คอยสนับสนุน ส่วนคุณพ่อท่านอยากให้รับทำธุรกิจที่บ้านขายส่งสินค้าหรือทำงานในบริษัทมากกว่า จึงขออาม่ากับคุณพ่อไว้ 2 เดือนถ้าลองขายแล้วยอดขายไม่ดีขึ้นจะเลิกทำ

 

แต่คุณไบร์ทไม่ได้จบแค่ตรงนั้น ธุรกิจข้าวกล่องอาม่าเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกเรื่อยๆ ด้วยความที่เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น คุณไบร์ทนำความรู้เรื่องระบบเข้ามาช่วยในเรื่องของการรับออร์เดอร์ การส่งออรเดอร์ให้ลูกค้า เมื่อก่อนการรับออร์เดอร์จะมีคุณพ่อคอยรับออร์เดอร์ ประมาณ 50 กล่องต่อวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเฉลี่ยวันละ 1,500 กล่องต่อวันถ้าเป็นวันที่มีการสั่งเยอะ ๆ ก็จะเฉลี่ย 9,000 กล่องต่อวัน 

 

ส่วนการส่งออร์เดอร์มีหุ้นส่วนที่ทำร่วมกันเป็นรุ่นน้องคอยช่วยส่งออร์เดอร์ให้กับลูกค้าโดยมีมอเตอร์ไซด์ของคุณไบร์ทเอง แต่ตอนนี้ได้จ้างคนรับส่งอาหารมีคนส่งอาหารประมาณ 20 คน หลักๆจะเน้นส่งบริเวณพื้นที่คลองเตย พระราม 3, พระราม 4, สุขุมวิท และ อโศก ไม่ว่าจะส่งกล่องเดียวก็ฟรีค่าส่ง ถ้ามีการส่งรอบนอกก็จะคิดค่าส่งนิดหน่อย นอกจากนี้ทางร้านยังมีการเข้าร่วมกับแกร๊ปฟู้ด ฟู้ดแพนด้า และ เก็ทฟู้ดสามารถสั่งบริการเดลิเวอรี่ได้เหมือนกัน

 

 

พอทำไปได้สักพักคุณไบร์ทกับอาม่ารัตนา ก็มองว่าธุรกิจข้าวกล่องนี้พอจะไปได้ 'อาม่ารัตนาบอกว่า มีความสุขการได้ทำอาหาร อยู่หน้าเตา เป็นคนผัดเองปรุงเองใส่ใจกล่องต่อกล่องและมีลูกมือที่เป็นคนคอยช่วย มันเป็นความเคยชินของอาม่าไปแล้วเพราะรู้สึกสนุกที่ได้ทำตรงนี้

 

'อาม่ารัตนายังบอกเคล็ดลับในการทำอาหารให้อร่อยอีกด้วยว่า อาศัยการทำอาหารมานาน เวลาปรุงอาหารตั้งใจทำออกมาให้สุดฝีมือ ให้ลูกค้าที่ได้กินข้าวกล่องของอาม่ามีความสุขในการกิน กินแล้วรู้สึกชอบ และกลับมาสั่งอีก

 

 

 

ปัจจุบันทางร้านไม่ได้มีแค่อาหารคาวอย่างเดียวจะมีหมวดขนมหวาน น้ำผลไม้ด้วย อาหารส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทย มีประยุกต์บ้าง ปัจจุบันมี 150 เมนู อาหารคาวราคาเริ่มต้นที่กล่องละ 49 บาท หมวดน้ำเริ่มต้นที่ 15 บาท ของหวานจะเป็นขนมไทย เริ่มต้นที่ 29 บาท

 

 

 

การเรียนรู้ของการทำธุรกิจ บอกก่อนเลยว่า คุณไบร์ท พิชญุตม์ ไม่ได้เรียนการทำธุรกิจอาหารมาก่อน เกี่ยวกับการบริหารร้านอาหารเลย ช่วงแรกก็ได้มีการไปดูตามร้านอาหารว่าเขามีการรับออร์เดอร์แบบไหน ถ้าหลังจากนั้นมีออร์เดอร์เยอะขึ้นจะใช้วิธีการจดเหมือนเดิมก็คงไม่ทัน ก็มีเรื่องของระบบเข้ามาช่วย จึงได้ทำเว็บไซต์ขึ้นมาช่วยในเรื่องนี้ เป็นระบบที่พัฒนามาเรื่อย ๆ

 

ทำให้คุณไบร์ท์ มองว่า เราสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง เป็นธุรกิจอาหารที่ได้ทั้งกระแสตอบรับลูกค้ารายวัน สามารถแก้ไขได้โดยอย่าง เช่น คำติชมจากลูกค้า ในส่วนของรสชาติ, แพ็กเกจ และบริการต่างๆ โดยไม่ต้องแก้ปัญหาด้วยเงินจำนวนมาก เรื่องการส่งอาหารให้ลูกค้าไม่ทันเราก็จะเอาตรงนั้นมาปรับปรุงแก้ไข และนี้ก็คือสิ่งที่ไบร์ทได้เรียนรู้จาการทำธุรกิจนี้

 

ความสำเร็จของข้าวกล่องอาม่า เดลิเวอรี่

 

 

'ข้าวกล่องอาม่าเดลิเวอรี่เติบโตเร็วขึ้น 'คุณไบร์ท พิชญุตม์' คิดว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจมากกว่า อีกหนึ่งที่ทำให้ข้าวกล่องอาม่าประสบความสำเร็จ คือ เป็นเพราะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจริง ๆ ก็ประกอบกับอะไรหลายๆอย่าง ธุรกิจอาหารเป็นหนึ่งธุรกิจที่ไม่ได้ใช้เงินเยอะ และ เทรนด์เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่มักจะสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่เพราะด้วยความสะดวกสบาย ทำให้ตอบโจทย์ของธุรกิจอาหารของเรา

 

ยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างหลากหลาย การเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่างตั้งใจ ถ้าเรามีความเชื่อมั่น ตั้งใจ ลงมือทำ ประกอบกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างข้าวกล่องอาม่าธุรกิจต่างวัยของยายหลาน ที่เริ่มจาการเรียนรู้ด้วยตัวเองจนธุรกิจของคุณไบร์ทประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้ เพราะความพยายามสร้างจุดเด่นของข้าวกล่องเดลิเวอรี่ และ พัฒนามาเรื่อย ๆนั้นเอง

 

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ