video_image
ขบวนการรับจ้างอุ้มบุญ ที่ถูกจับกุมในวันนี้ ถูกแจ้งข้อหาหนัก กระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมยึดทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท พบมีเด็กอุ้มบุญตกเป็นเหยื่อถูกส่งออกนอกประเทศกว่า 100 ราย
 
 
แก๊งอุ้มบุญต่างชาติที่ถูกเจ้าหน้าที่บุกทลายซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ที่ทำมานาน มีกลุ่มนายทุนใหญ่ เป็นชาวจีนชื่อนายจ้าวหลาน และกลุ่มคนไทยรวมอยู่ด้วย โดยจะว่าจ้างหญิงสาวเป็นแม่อุ้มบุญ จัดหาที่พัก ตรวจสุขภาพ ก่อนพาหญิงสาวไปฉีดสเปริ์มที่ประเทศเพื่อนบ้าน และกลับมาประเทศไทย  เมื่อใกล้ครบกำหนดคลอดจะไปคลอดที่ประเทศจีน และแม่อุ้มบุญจะเดินทางกลับ พร้อมรับเงินค่าจ้าง ส่วนที่คลอดในประเทศไทย พ่อกับแม่ที่รับรองบุตรจะพาไปขอวีซ่าจีน บินไปประเทศจีน แม่บินกลับ รับค่าจ้าง
 
 
โดยขบวนการนี้มีเป้าหมายตรวจค้นทั้งหมด 10 จุดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะในบ้านหรูหลังหนึ่ง ในซอยนาคนิวาส 37 ย่านลาดพร้าว ตำรวจเข้าไปจับกุมตัวนายจ้าวหลาน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ  และห่างจากบ้านหลังนี้ไปอีก 6 หลัง พบกับหญิงสาวที่รับจ้างตั้งครรภ์ 8 คน โดยหนึ่งในนี้กำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้ว นอกจากนั้นได้พบทารกเพศชายแรกเกิด อายุเพียง 10 วันเท่านั้น รวมถึงมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ตู้อบเด็กแรกเกิด ที่มีพี่เลี้ยงคนไทยคอยดูแลอยู่ ซึ่งก็รับสารภาพว่าถูกจ้างมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กได้เพียง 20 วัน และรู้เพียงว่าเด็กเป็นลูกคนจีนเท่านั้น 
 
 
พลตำรวจตรีต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้นายทุนจีนจะว่าจ้างกลุ่มนายทุนไทย ให้เป็นผู้ติดต่อชักชวนให้หญิงไทยที่เน้นผ่านการมีบุตรมาแล้ว มารับจ้างตั้งครรภ์แทน ค่าตอบแทน 300,000 - 450,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง หากตกลงรับจ้าง กลุ่มนายทุน จะพาหญิงไทยที่รับจ้างเดินทางไปฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาว และ กัมพูชา หลังจากนั้นจะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่ประเทศไทย แต่บางรายอาจพาไปคลอดที่ประะเทศจีนซึ่งกลุ่มนายทุนจะดำเนินการจัดการเอกสารการคลอดรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด ก่อนจะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุตร ไปส่งให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อในประเทศจีน เมื่อเสร็จสิ้นขบวนการ หญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์จะได้รับค่าตอบแทน 
 
 
จากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 พบข้อมูลมีหญิงไทยรับจ้างตั้งครรภ์กระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ กว่า 100 ราย โดยมีรายชื่อที่สามารถระบุตัวตนได้ จำนวน 29 ราย มีเด็กที่คลอดจากการอุ้มบุญไม่ต่ำกว่า 50 ราย ซึ่งวันนี้ได้เชิญตัวหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์มาสอบปากคำ 15 ราย และสามารถช่วยเหลือเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ 2 ราย โดยกลุ่มขบวนการนี้ได้หลีกเลี่ยงกฎหมายตาม พรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าน้ำเชื้อ หรือตัวอ่อนในประเทศไทย ขบวนการนี้จึงนำหญิงอุ้มบุญไปฉีดน้ำเชื้อในการตั้งครรภ์ในประเทศเพื่อนบ้านแทน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย ตามหมายจับ พร้อมยึดทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือการฟอกเงิน ทั้งรถยนต์ 16 รายการ มูลค่า15ล้านบาท และบ้านพัก บริษัทย่านลาดพร้าว 2 หลัง มูลค่า 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินรายการอื่น ตรวจสอบและยึดได้รวมอีกกว่า 100 ล้านบาท 
 
 
โดยหลังจากนี้ จะเร่งดำเนินคดีกับกลุ่มนายหน้า   แพทย์ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างอุ้มบุญ และ จะดำเนินคดีกับผู้ที่โฆษณา ชักชวนให้หญิงมารับจ้างอุ้มบุญ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย พร้อมจะประสานไปกับทางการจีน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญได้ออกไปเพื่อ ประโยชน์ด้านใด หากพบว่า มีการนำไปค้ามนุษย์ เช่น การนำไปตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อรักษาผู้ว่าจ้างอุ้มบุญ ก็จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาต่อไป เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือขายข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แพง ว่ามีหญิงประสงค์ที่จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลอื่นที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า 
 
 
นายธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีสถานพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ 9 แห่ง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งสถานพยาบาลดังกล่าวได้ขออนุญาตรับฝากครรภ์ในกรณีอุ้มบุญแล้ว หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เจตนาทำผิดหรือไม่
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/k2Ko6BOe5To