video_image

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ได้พิจารณาถึงมาตรา 31 ระหว่างนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ได้ลุกขึ้นขอหารือและอ้าง ว่า การลงมติยาวนานสมาชิกอยากทำธุระส่วนตัว จึงขอพักการประชุม 20 นาที แต่ประธานได้ให้พักสั่งพักการประชุม 30 นาที แต่เป็นที่น่าสังเกตผ่านไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่กลับมาประชุม

 

โดยมีรายงานว่า นายชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมาย หลังบัลลังก์ห้องประชุมถึงการลงมติในมาตรา 6 เนื่องจากก่อนหน้า นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ทักท้วงในห้องประชุมว่าการลงมติในมาตรา 6 มีปัญหา เพราะแสดงผลผู้ร่วมประชุมเพียง 244คน และลงมติผ่านการขานชื่อเพิ่ม อีก1 คน เป็น 245 คน หายไป 8 คน ทำให้ไม่ถึงองค์ประชุมไม่ถึง 249 คนขึ้นไป จากที่เปิดแสดงตนก่อนเริ่มลงมติมาตรา6 ที่ระบุ 253 คน แต่เลขาสภาผู้แทนราษฎร ได้ยืนยันกับนายชวน ว่า องค์ประชุมครบแล้วยึดตามตัวเลขที่แสดงตน 253 จึงเดินหน้าพิจารณามาตราต่อไปจนถึงมาตรา31

 

ทั้งนี้ทันทีที่เปิดการประชุม ประธาน ได้แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเสี่ยงนำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครั้ง เพราะมีข้อทักท้วงว่าการลงมติในมาตรา 6 องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เสนอให้กลับไปโหวตใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 ที่มีปัญหา โดยชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะเครื่องลงคะแนน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ระยะเวลาเพียงไม่ถึง1 นาที ระหว่างการลงชื่อแสดงตนและการลงมติจะมีตัวเลของค์ประชุมต่างกัน

 

ขณะที่ ส.ส. 8 คนที่ชื่อหายไป อย่างนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายนิกร จำนง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยืนยันว่านั่งอยู่ในที่ประชุมไม่ได้ออกไปไหน ทำให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลมีความเห็นต่างกัน โดย นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พลังประชารัฐ เสนอให้ที่ประชุมนับใหม่ตั้งแต่มาตรา1 ขณะที่นายวิเชียร ชวลิต ส.ส. พลังประชารัฐ เสนอญัตติให้งดข้อบังคับ ในการลงมติ ใหม่ได้เฉพาะมาตราเดียว

 

ในที่สุดประธานสภาได้ตัดสินใจให้ที่ประชุมลงมติใหม่ตั้งแต่มาตราหนึ่งเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยกรณีลักษณะนี้แล้วเมื่อปี 2551 แม้จะมั่นใจว่า ส.ส. ทั้ง 8คน ที่หายไปจากผลการลงคะแนนนั้นยังอยู่ในห้องประชุมก็ตามแต่เพื่อเกิดความสบายใจของทุกฝ่าย และเห็นว่าใช้เวลาในการลงมติใหม่ไม่นาน ทำให้เป็นประชุมเริ่มเข้าสู่การลงมติใหม่ นับเป็นรอบที่3 ในการลงมติ