video_image

วันนี้ (13 ก.พ.2563) มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วาระ 2 และ 3 ใหม่ โดยวิปรัฐบาลคาดว่าน่าจะพิจารณาเสร็จภายในวันเดียว ขณะที่ฝ่ายค้านจะไม่ขอร่วมสังฆกรรม เหตุรัฐบาลทำงบฯสะดุดเอง

 

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มติ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ได้กำหนดให้ ส.ส.ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มาปฎิบัติหน้าที่ลงชื่อเป็นองค์ประชุมตามปกติ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลผ่านกฎหมายนี้โดยรวดเร็วตามความต้องการของสังคม แต่ฝ่ายค้านจะไม่อยู่ร่วมประชุมด้วย และให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินการ เพราะสาเหตุที่ทำให้กฎหมายงบประมาณต้องสะดุดเกิดจากฝ่ายรัฐบาลกดบัตรแทนกัน

 

ทั้งนี้ การที่ไม่ขอร่วมลงมติด้วย ก็เพราะกังวลว่าอาจจะขัดต่อมาตรา 143 เรื่องกรอบเวลา 105 วัน ซึ่งอาจสุ่มเสียงต่อการกระทำที่ส่อว่าขัดกฎหมาย เพราะกังวลในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความชัดเจนในหลายข้อ

 

ขณะที่ นาวาอากาศอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ ส.ส.ที่เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งหากยังเพิกเฉย ฝ่ายค้านก็จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไป พร้อมเชื่อมั่นว่า กรณีการเสียบบัตรเเทนกันจะมีเฉพาะในส่วนของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีฝ่ายค้านอย่างแน่นอน

 

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันกับทุกองค์กร จึงต้องจำกัดอำนาจไว้เท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ หากศาลเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายเป็นไปโดยไม่ชอบ ก็ต้องให้ร่างกฎหมายตกไปทั้งฉบับ แต่กลับระบุให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติในวาระ 2 และ 3 ใหม่นั้น ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้

 

ดังนั้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ในอนาคตจะเกิดปัญหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งจะกระทบต่อการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายต่าง ๆ ทั้งตุลาการ นิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TOlCFA_a-ko