video_image

จากการที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงชี้แจงรายละเอียดการกดบัตรแทนกันของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

 

นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่าการที่กังวลว่างบประมาณปี 63 จะเป็นโมฆะ พรรคภูมิใจไทยต้องยอมเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาร่างกาย ให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ด้วยการให้นางนาที และนายฉลอง เทิดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ที่พบว่ามีการกดบัตรแทนกันชัดเจนออกมายอมรับว่า ทั้งสองคนลงมติมาตราใดบ้างและไม่ลงติดในมาตราใดบ้าง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ แยกมาตราที่มีปัญหาออก แต่หากทั้งสองคนไม่ยอมรับ ก็อาจจะเข้าข่ายคดีที่ศาลเคยวินิจฉัยก่อนหน้านี้และศาลคงไม่มีทางอื่นนอกจากให้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นโมฆะ

 

แต่อย่างไรก็ตามหากทั้งสองรู้เห็นเป็นใจให้ผู้อื่นนำบัตรไปกดแทนก็จะต้องมีความผิดทางอาญาในฐานะเจ้าของบัตร

 

นายนิพิฏฐ์ ยืนยันที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับ ส.ส.คนใด แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะประชาชนเท่านั้น และจะไม่ยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯเพราะเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบ

 

ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการลงมติในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการกดบัตรแทนกัน

 

โดยได้รวบรวมรายชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนี้ 1.กระบวนการตราร่างกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 120 หรือไม่ 2.หากมีปัญหาจะมีปัญหาทั้งฉบับหรือเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและถ้าร่าง พ.ร.บ.นี้ตกไปจะถือว่าสภาฯพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่แล้วเสร็จภายใน 105 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 143 หรือไม่ 3.หากร่างกฎหมายตกทั้งฉบับหรือบางมาตราที่มีปัญหาจะดำเนินการอย่างไร

 

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นเรื่องสภา จึงต้องให้สภาไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีความผิดหรือไม่นั้น ต้องดูว่ามีการใช้สิทธิของการเสียบบัตรโหวตลงคะแนนถูกต้องหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ทำให้โมฆะหรือไม่

 

ตนมองว่าการกระทำผิดในเรื่องการเสียบบัตรแทนกันเป็นเรื่องที่สภาต้องตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดคล้ายกับกรณีดังกล่าวที่เคยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในปี 2556 และ 2557 ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้มีการกระทำเสียบบัตรแทนกัน แต่รายละเอียดของทั้งสองไม่เหมือนกัน ต่างกันในข้อกล่าวหาอื่นๆ ขณะเดียวกัน

 

นายวิษณุยังกล่าวด้วยว่า หากมีข้อสงสัย ก็ต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้ ส.ส. รวบรวมรายชื่อ ส่งเรื่องให้ประธานสภา เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนญ เพื่อวินิจฉัย ส่วนการที่กฏหมายจะมีความเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมติในการลงคะแนนว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งการต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่องบประมาณ ปี 2563 ทำให้เกิดความล่าช้า

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9dodSOvTvkc