video_image
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะไม่พบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง พรรคก็ประกาศเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป ส่วนคดียุบพรรคจากข้อหากู้เงิน มั่นใจว่าไม่สามารถเอาผิดได้เช่นกัน ส่วนประเด็นให้เพิกถอนข้อบังคับพรรคที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหานี้ กกต.รับไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมายแล้ว
 
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่เพราะไม่พบพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องทั้ง 4 คือ พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และกรรมการบริหารพรรคที่เข้าข่ายการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 กฏหมายรัฐธรรมนูญ ในลักษณะที่เป็นขบวนการปฏิกษัตริย์นิยม ตามคำร้องของนายณฐพร โตประยูร เนื่องจากพยานหลักฐานที่นำมาแสดงยังไม่เพียงพอ ส่วนข้อบังคับพรรค นโยบายและสัญลักษณ์พรรค ที่ผู้ร้องระบุว่าเป็นลักษณะปฏิปักษ์ต่อการปกครองนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ไม่เป็นปฏิปักษ์เพราะนายทะเบียนพรรคการเมือง กกต.ได้รับรองแล้ว
 
ในส่วนข้อบังคับพรรคที่ใช้คำว่า หลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญที่มีคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง ข้อ 5 วรรคสอง ที่กำหนดว่า "พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แตกต่างจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 ที่บัญญัติว่า "ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ตามกฏหมายพรรคการเมืองที่อาจทำให้สับสน ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นให้แก้ไขให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
 
โดย นายณฐพร โตประยูร น้อมรับคำวินิจฉัยของศาลและพอใจที่ได้ทำหน้าที่ของประชาชนในการป้องกันไม่เกิดการกระทำนี้
 
ขณะที่ นายธนาธร แถลงพร้อมกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกส่วนที่ร่วมทำให้ได้รับคำวินิจฉัยที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ได้ทำงานต่อไป แม้นายธนาธร จะไม่ได้เป็นส.ส.แต่ยังทำงานนอกสภาตามเจตนารมณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ส่วนกิจกรรมทางการเมืองเช่นการวิ่งไล่ลุง ก็ยังร่วมตัวไปในฐานะประชาชน
 
ส่วน นายปิยบุตร ย้ำว่าคดีนี้ไม่ควรเป็นคดีแต่แรก เพราะไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา จึงไม่คิดจะฟ้องกลับนายณฐพร ที่ทำให้เสียหาย โดยเห็นว่าการล้มล้างการปกครองน่าจะเป็นการกระทำรัฐประหารมากกว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏรสัปดาห์นี้ จะยื่นญัตติให้ส.ส.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันรัฐประหาร รวมทั้งเดินหน้าเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ยังต้องเผชิญกับการจ้องทำลายพรรค ด้วยกระบวนการนิติสงคราม ไม่ใช่หนทางที่ทำให้ประชาธิปไตยยั่งยืนได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังต้องต่อสู้คดียุบพรรคจากข้อกล่าวหาเรื่องเงินกู้ แต่มั่นใจในหลักฐาน จึงเชื่อว่าคดีนี้ไม่สามารถเอาผิดยุบพรรคได้
 
พรรคอนาคตใหม่ได้โอกาสเดินหน้าทางการเมืองต่อไป แม้ต้องรอก็อกสองจากคดีเงินกู้ แต่ในส่วนข้อบังคับพรรคที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้น ล่าสุด กกต.มีคำสั่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้มีการปรับแก้ให้ถูกต้องตามกฏหมาย