video_image
ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังค์ อ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยกล่าวหาว่า พรรคอนาคตใหม่ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามตรามาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ และ มาตรา 92 ของกฎหมายพรรคเมือง เนื่องจากมีข้อบังคับและสัญลักษณ์ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
 
โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การออกข้อบังคับพรรคการเมืองนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ถืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมือง และแม้กฎหมายพรรคการเมืองจะบัญญัติห้ามไม่ให้ข้อบังคับพรรคมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง แต่ในขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว หากนายทะเบียนเห็นว่าคำขอจดจัดตั้งพรรคการเมือง ถูกต้องครบถ้วน ก็ให้อนุญาตตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่งกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับการจดทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่า ข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง ตามที่ผู้ร้องกล่าวหา
 
อย่างไรก็ตาม หากปรากฎข้อเท็จจริงในภายหลังว่าข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ไม่เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองจริง ก็เป็นหน้าที่และอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องรายงานต่อ กกต. และมีมติให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าวได้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอว่าพรรคอนาคตใหม่ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง
 
ศาลเห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเพราะห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะข้อบังคับใช้ถ้อยที่ไม่ชัดเจน ระบุเพียงว่าพรรคจะยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ถ้อยคำดังกล่าวควรขยายความมาจากมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า ประเทศไทย มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ แต่ทั้งนี้ กกต.มีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญต่อไป
 
ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า พรรคอนาคตใหม่ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรือกิจ ตลอดจนกรรมการบริหารพรรค คลั่งไคล้ปรัชญาตะวันตก เป็นขบวนการปฏิกษัตริย์นิยมมีแนวคิดต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งก่อนและหลังตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้น เห็นว่าการพิจารณาเรื่องนี้ จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคดีเป็นเพียงข้อมูลข่าวสารจากสื่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยมิได้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่าผู้ถูกร้องกระทำการตามที่มีการกล่าวหา จึงฟังไม่ได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการล้มล้างการปกครอง ส่วนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันอีกส่วน
 
จากข้อพิจารณาดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ไม่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ในการล้มล้างการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด
 
 
ทางด้าน นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย สส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยนายปิยบุตรเห็นว่าคดีนี้ไม่ควรเป็นคดีแต่แรก ยืนยันว่านายธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งที่คิดคือการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืน มั่นคง เพราะไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับการทำรัฐประหารพรรคการเมือง กลุ่มประชานไม่ได้เป็นผู้ที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญตั้งตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง
 
แม้วันนี้คำร้องของนายณฐพร โตประยูรจะ ถูกยกออกไป แต่ยังมีคำร้องที่ต้องการทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ ดังนั้นเชื่อว่ามีแต่การเปิดทางให้คนใหม่ๆ เข้ามาต่อสู้ในกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย
 
พรรคอนาคตใหม่ไม่ผิด ไม่เป็นเหตุยุบพรรค จึงขอร้องนักร้องเรียนทั้งหลาย ให้ยุติการร้องต่างๆที่ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ยืนยันว่าจะไม่ฟ้องกลับ นายณฐพร เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะร้องกันไปมา
 
ส่วนคดีกู้เงินของพรรค ที่อยู่ระหว่้างขั้นตอนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และหลายพรรคการเมืองก็มีการกู้ยืมเช่นกัน แต่กลับเลือกปฏิบัติกับพรรคอนาคตใหม่พรรคเเดียว
 
ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณทุกคนที่เป็นแรงผลักดัน ให้มาถึงจุดนี้ วันนี้พรรคอนาคตใหม่ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่าให้เดินต่อไป ดังนั้นจึงขอสัญญาต่อประชาชนว่า พรรคอนาคตใหม่จะทำงานในสภาผู้แทนราษฎร มุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ให้สมกับที่ประชานไว้วางใจ และมุ่งมั่นที่จะทำให้คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เป็นจริงให้ได้ แม้ตัวเองไม่ได้เข้าสู่สภา แต่ก็จะไปพบประชาชนในทุกภาค เพื่อรับฟังปัญหามาแก้ไขให้ประชาชน
 
พร้อมกันนี้นายธนาธร ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว ทั้งพี่สาวและน้องชาย ที่มาให้กำลังใจ รวมถึงทีมงานพรรค ส.ส.แะสมาชิกพรรคทุกคน บอกการเดินทางนี้เพิ่งเริ่มต้น จากการจดตั้งพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่ถึง สองปี ยังมีอีกกหลายเรื่องที่พรรคต้องทำ เพื่อผลักดันให้เป็นจริง เป็นตัวแทนประชนให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ยืนยันต่อจากนี้จะเดินหน้าเข้าร่วมกิจกรรทางสังคมต่อไป ทั้งกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และกิจกรรมอื่นๆ เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้หวังให้กดดันศาล
 
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การแถลงข่าวของพรรคอนาคตใหม่ไม่มีการขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนพรรคการเมือง หรือนักการเมืองอื่นๆที่เวลาศาลยกฟ้องจะขอบคุณกระบวนการยุติธรรม