video_image
ประเด็นคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่เพิ่มคำร้องมาตรา 92 ของกฏหมายพรรคการเมือง เป็นหนึ่งในข้อโต้แย้งของพรรคอนาคตใหม่ ที่ระบุว่าการร้องยุบพรรคในมาตรานี้ต้องทำโดย กกต.เท่านั้น ส่วนข้อกล่าวหาตามมาตรา 49 ในการกระทำที่เป็น ปฏิกษัตริย์นิยม เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่า ไม่เคยมีแนวคิดนี้และไม่คิดล้มล้างการปกครอง จึงมั่นใจว่าจากหลักฐานที่มีไม่สามารถยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ และกรรมการบริหารพรรคไม่ลาออก เพื่อรักษาที่นั่ง ส.ส.ไว้หากถูกยุบพรรคจริง
 
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดใจกับข่าว 3 มิติในคืนก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ชะตายุบพรรคอนาคตใหม่วันพรุ่งนี้ ซึ่งนายธนาธร นายปิยบุตร กรรมการบริหารพรรคและส.ส.ของพรรคจะไม่ไปฟังคำวินิจฉัยที่ศาลเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา ไม่ได้มีแนวคิดล้มลางการปกครอง หรือเป็นปรบักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ และการกล่าวหามีแนวคิดแบบสมาคมอิลลูมินาติ โดยอ้างสัญลักษณ์สามเหลี่ยมหัวกลับของพรรค ก็ไม่เป็นความจริงเพราะจากข้อบังคับพรรคระบุไว้ชัดว่าเป็นการให้ความสำคัญกับประชาชน
 
นอกจากคำร้องของนายณฐพรที่ไม่ต่างจากใบปลิวแล้ว นายปิยบุตร เห็นว่าการร้องตามมาตรา 92 กฏหมายพรรคการเมืองนั้นต้องทำโดยกกต. คดีนี้จึงไม่ถูกตั้งแต่ตั้น
 
สำหรับอนาคตพรรคอนาคตใหม่ หากมีคำตัดสินว่ายุบพรรคจริง นอกจากเตรียมการพรรคใหม่ให้ส.ส.และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ย้ายพรรคแล้ว กรรมการบริหารพรรคทั้ง 16 คน ที่มี 11 คน เป็นส.ส.ยืนยันว่าไม่ลาออก เพื่อรักษาที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หากถูกยุบพรรคต้องจัดสรรให้พรรคการเมืองอื่น และอาจทำให้ส.ส.อนาคตใหม่ ที่แม้จะย้ายพรรคใหม่เหลือที่นั่งในสภาเพียง 65 คน จาก 76 คน
 
ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ได้รับความสนใจจนชนะการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ด้วยคะแนนกว่า 6 ล้านเสียง ได้ส.ส. 80 คน วันพรุ่งนี้ 21 มกราคม เวลา 11.30 น.จึงเป็นวันสำคัญชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่ 
 
สำหรับคดนี้นี้มีแนวทาง อยู่ 3 แนว หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค ตามมาตรา 92 ก็จะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมืองได้ แต่ถ้าไม่ยุบตามมาตรา 92 เพราะคำร้องนี้ต้องให้ กกต.ยื่นเท่านั้น แต่ถ้าผิดมาตรา 49 ก็อาจยื่นร้องใหม่ภายหลังได้ ซึ่งกรณีนี้ ผู้ถูกร้องจะมีความผิดจะต้องให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ซึ่งมีการประเมินไว้ 2 แนวทางคือ ยุบและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค กับไม่ยุบแล้วตัดสิทธิเพียงนายธนาธรและนายปิยบุตร เพียง 2 คน