video_image
ภายหลังการประชุม กมธ.ปปช.เดือดอีกครั้ง พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ต่อว่า นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อย่างรุนแรง จนเกิดการโต้เถียง ทำให้นายสิระ เจนจาคะ ขอให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด สุดท้ายต้องสั่งปิดการประชุมลงไปนั้น
 
ล่าสุด พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าวว่า เหตุชุลมุนในที่ประชุมกรรมาธิการ แต่มีเหตุสืบเนื่องมาก่อน ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐส่งนายสิระ เจนจาคะ และนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เข้ามาป่วน และยังบีบให้พรรคชาติพัฒนาถอนตัว เปลี่ยนจากนายดล เหตระกูล มาเป็นนายไพบูลย์ นิติตะวัน พอเข้ามา ก็ขอให้ยุตติการศึกษาข้อเท็จจริง กรณี พลเอกประยุทธ์ ถวายสัตย์ไม่ครบ แต่การยุตติไม่ใช่ว่าพอใจ หรือไม่พอใจก็จะให้ยุตติ เพราะต้องมีเหตุ เพราะไม่เช่นนั้นต่อไปนายสิระ หรือนางสาวปารีณา ก็จะมาใช้เสียงข้างมากที่จะทำให้ยุตติเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับตน
 
พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ย้ำว่า นายไพบูลย์,นายสิระ และนางสาวปารีณา ต่างเข้ามาเป็น กมธ. ป.ป.ช. เพื่อทำประโยชน์ให้กับตนเอง เพื่อพลเอกประยุทธ์ และกลุ่มของตัวเอง ไม่ได้มาทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่ได้สนใจในการทำงานของกรรมาธิการ เมื่อวานนี้ก็เสนอโหวตเพื่อบีบประธานกรรมาธิการ ทั้งนี้ตนชี้แจงว่า คำว่า เสือกนั้น ตนพูดจริง จำได้ แต่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับบุคคลคนนี้ พร้อมยืนยันว่าตนจะต้องยืนหยัดในความถูกต้อง หากมีปัญหาอะไรต้นก็พร้อมที่จะรับ และยืนยันว่าไม่เป็นฟางเส้นสุดท้ายในการทำงานกรรมาธิการ ไม่มีอะไร ก็อาจจะรายงานพฤติกรรมต่อสภา เพื่อพิจารณาจริยธรรม ส.ส. และไม่กังวล ที่นายไพบูลย์ยื่นปลดตน ออกจาก ประธาน กมธ. ซึ่งเชื่อว่าไม่สามารถทำได้เพราะตำแหน่งประธานเป็นโควต้าของพรรคเสรีรวมไทย ก็เสนอไปพูดกันด้วยข้อเท็จจริงด้วยเหตุผล
 
ส่วนที่นายสิระ เตรียมที่จะฟ้องหมิ่นประมาท กรณีที่ตน พูดคำว่าผรุสวาท ตัวเงินตัวทอง นั้น พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ แจงว่า ก็ให้เขาทำไป กวนจนต้องปิดการประชุม แต่คำว่า เ หี้ย ห่า ศาลก็ไม่ได้วินิจฉัย มีคำพิพากษามากมายที่ไม่รับยกฟ้องหมด
 
 
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ยอมรับว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน กมธ.ป.ป.ช.ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นด้วยความยากลำบาก ซึ่งก็ทำงานยากมาตั้งแต่ต้น เพราะเป็นทำงานแบบตามอำเภอใจของ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกมธ. โดยไม่คำนึงถึงข้อบังคับ ปัญหาจึงมาจากแนวคิดของตัว พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ที่ใช้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการเป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่นงานรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ที่มาจากพรรคอื่น แทนที่จะไปตรวจสอบการทุจริตที่มาจากส่วนราชการ จึงเป็นที่มาของปัญหาในกรรมาธิการชุดนี้ ทำให้นายสิระ เจนจาคะ และนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ ต้องตอบโต้กลับ เพราะพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ก็ให้คนมาร้องเรียนเอาผิดแบบเอาเป็นเอาตายกับบุคคลทั้งสองเช่นกัน แต่เรื่องที่มีการร้องเรียนพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กลับไม่มีการบรรจุอยู่ในวาระ และหาเรื่องป่วนโดยอาศัยอำนาจประธานกรรมาธิการ ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติ
 
ส่วนที่ระบุว่านางสาวปารีณา และนายสิระ ไม่รับผิดชอบงานนั้น นายไพบูลย์ยอมรับว่าได้รับงานของนางสาวปารีณามาทำแทน แต่งานส่วนใหญ่ที่มอบบหมายให้เป็นงาน Junk หรืองานเล็กน้อยที่ไม่จำเป็นต้องให้กรรมาธิการตรวจก็ได้
 
และไม่คาดหวังให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ปรับบทบาทท่าที และพฤติกรรมในการทำงาน เพราะตนไม่เคยทักท้วงไปแล้วหลายครั้ง ที่ผ่านมาคุยด้วยที่ผ่านมาก็คุยกันด้วยเหตุผลตลอด แม้ใช้มติเสียงข้างมากในกรรมาธิการพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ก็ไม่สนใจรับฟัง ลุแก่อำนาจจึงไม่รู้จะหาวิธีใด นอกจากใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้ปลดพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ออกจากกรรมาธิการ
 
สำหรับกระแสต่อต้านในโลกโซเชียลที่มองว่านางสาวปาวีณาและนายสิระ ไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งกรรมาธิการป.ป.ช. หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา นายไพบูลย์ ยอมรับว่าทั้งสองคนมีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ เช่นเดียวกับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ดังนั้นต้องแยกให้ออก
 
แต่อย่างไรก็ตาม การเป็นกรรมาธิการไม่ได้มาจากคนในโซเชียล ซึ่งหากเอาตามโซเชียลก็ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งก็ได้ เพราะสังคมมีรัฐธรรมนูญ มีประชาชนที่เลือกโดยตรง พร้อมย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขโดยใช้ข้อบังคับและกฎหมาย แต่ส่วนใดที่อยู่นอกเหนือจากอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ก็จะสามารถใช้กระบวนการยุติธรรม ได้ทุกฝ่าย ใครจะฟ้องร้องกันก็ได้แต่อย่านำกรรมาธิการมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียชื่อเสียง
 
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่ารับทราบปัญหาความวุ่นวายของกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องภายในกรรมาธิการที่จะต้องจัดการปัญญากันเองตามอำนาจหน้าที่เพราะทั้งหมดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่กันแล้วและที่ผ่านมาได้เคยตักเตือนไปแล้ว อย่างไรก็ตามหากมีการร้องเข้ามาเพื่อขอให้เป็นตัวกลางเพื่อพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่ายก็พร้อม เพราะยอมรับว่าภาพที่ออกมาไม่ใช่ภาพบวก และไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากที่เคยปรากฎมาตั้งแต่ต้น จนถูกมองว่าใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือทางการเมือง
 
ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการร้องเรื่องการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ขณะนี้กรรมาธิการยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการยังไม่แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถส่งเรื่องให้พิจารณาได้
 
ส่วนการยื่นญัตติถอดถอน พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น นายชวน กล่าวว่ารับทราบจากข่าวแล้วแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งตามหลักการสามารถทำได้ที่จะให้ประธานกรรมาธิการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งจะต้องดูเนื้อหาคำร้องว่าเข้าตามหลักเกณฑ์ ข้อบังคับหรือไม่
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/CmJ15kCPUkU