video_image
ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ 'Paisan Saksreesakulchai' เภสัชกรรายหนึ่ง แชร์รูปภาพหญิงสูงวัยที่ใบหน้ามีรอยด่างดำเป็นกระจุก มีอาการท้องอืด และถ่ายเป็นสีดำเทา
 
สาเหตุเพราะหญิงสูงวัยรายนี้ กินข้าวต้มโรยด้วยงาดำ 2 กำมือ เพราะมีความเชื่อว่า เป็นยาอายุวัฒนะ โดยไม่รู้ว่างาดำมีโลหะทองแดงสูงมาก หากกินมากๆ ร่างกายจะสะสมทองแดงไว้มหาศาล เมื่อทองแดงมีความเป็นพิษสูงก็จะสะสมที่ใบหน้า มีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งโพสต์นี้ทำให้ผู้คนจำนวนมาก เกิดกังวลกับการรับประทานงาดำ
 
เรื่องนี้ รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายว่า งาดำมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงผม ผิวพรรณ และบำรุงกระดูก งาดำยังทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ช่วงป้องกันโรคภาวะกระดูกพรุน และยังมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจำนวนมาก รวมถึงมีธาตุทองแดงด้วย 
 
โดยในงาดำ 100 กรัมมี ธาตุทองแดง 4.082 มิลลิกรัม ถือว่าสูง เมื่อเทียบกับธัญพืชอื่น แต่ก็ไม่ได้สูงมากมาย จนจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย และการกินงาดำร่วมกับอาหารปกติ ก็ไม่มีอันตรายมาก แต่ก็มีข้อควรระวังในการกินงาดำ คือ ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ ผู้ป่วยเบาหวาน รวมทั้งผู้ที่ต้องผ่าตัด ไม่ควรกิน เพราะจะทำให้ความดันต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป บางคนอาจมีอาการแพ้งา ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการช็อค หมดสติ ดังนั้นจึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เคี้ยวให้ละเอียด และอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป 
 
ต่อมาเภสัชฯ คนดังกล่าว ได้โพสต์อีกครั้งว่า "จากข้อมูลงาดำ พบว่า มีคนที่กินเมล็ดงาดำแล้วเกิดอาการแพ้ แน่นหน้าอก หายใจขัด พบมากขึ้นในทุกปี
เป็นการแพ้ที่รุนแรง มีรายงานเรื่องการแพ้ในหลายๆประเทศ ทั่วโลก ทำให้ต้องมีการเตือนเรื่องฉลาก ในการบอกเรื่องอาจเกิดอาการแพ้ที่รุนแรงได้
 
มีรายงานข้อมูลการแพ้งาดำ ซึ่งการแพ้ มีตั้งแต่ เกิดผื่นขึ้น ที่ผิวหนัง ใบหน้า ระบบย่อยอาหาร หายใจติดขัด แน่นหน้าอก และเกิดปฏิกิริยา anaphylaxis เช่นเดียวกับการแพ้ยาที่เฉียบพลัน ความดันตก หายใจขัดได้ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ มีการศึกษาข้อมูลตามที่ต่างๆ ซึ่งการที่ได้เล่าเรื่องราวที่พบเจอ ก็เพื่อเป็นการเตือน และให้มองเห็นถึงการบริโภค ให้อยู่ในความพอดี
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/H2evy5_8u_s