video_image

หมอจวบเปิดใจให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีคนถ่ายคลิปแล้วเอาไปลงในสื่อโซเชี่ยวถึงการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้แหนบดึงและใช้น้ำหมักทาตามตัวเพื่อการฆ่าเชื่อ

 

ที่นครนายก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของนายประจวบ สิงหวิบูลย์ (หมอจวบ) อายุ 70 ปี ที่บ้านเลขที่ 291 หมู่3 ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายกซึ่งเปิดเป็นสถานที่รักษาคนที่เป็นโรคมะเร็ง โดยในวันนี้ไม่มีคนมาเข้าการรักษา พบเพียงหมอจวบคนเดียว โดยหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำเรื่องราววิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบโบราณของหมอจวบมาเผยแพร่ ก็มีเสียงวิจารณ์ถึงขั้นตอนในการรักษา

 

โดยผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์และเข้าไปถ่ายในห้องที่ใช้สำหรับหมักน้ำยา โดยมีถังสีน้ำเงิน 200 ลิตร ที่ใช้สำหรับหมักและขวดพลาสติก ที่บรรจุน้ำหมักแล้วจำนวนมากวางเรียงกันอยู่ภายในห้องดังกล่าว หลังจากหมอจวบได้พาผู้สื่อมาดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาก็จะมีแหนบ เข็มเย็บผ้าเบอร์ 10 และก็น้ำหมักที่ใช้ในการทาตัวก่อนการรักษา โดยพื้นที่ที่ใช้สำหรับการรักษาก็เป็นเตียงไม้ธรรมดา รักษาแบบเปิดเผย

 

จากการสอบถามหมอจวบบอกว่า ตนเองเริ่มในการรักษาคนที่เป็นมะเร็งมากว่า 40 ปีแล้ว โดยได้ศึกษาการรักษาคนที่เป็นมะเร็งจากหมอจีนคนหนึ่ง ที่สนใจศึกษาเรื่องนี้เนื่องจากตนเองนั้นเป็นโรคมะเร็งตอนวัยรุ่น พอได้วิชามาก็มาลองทำดูและรักษาตนเองจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ต่อมามีคนรู้เรื่องว่าตนเองสามารถรักษาอาการของมะเร็งก็เริ่มมีคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทยอยเข้าการรักษาเป็นจำนวนมาก บางวันมีมากกว่า 100 คน

 

โดยการรักษาจะใช้น้ำหมักที่ผสมด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล ดีบุก ตำลึงทอง ที่หมักไว้แล้วกว่า 1 ปี มาทาทั่วร่างกาย หลังจากนั้นจะพบจุดต่าง ๆ ที่หมอจวบบอกว่าเป็นตัวมะเร็งจะผุดขึ้นมา และจะใช้เข็มสะกิดที่หัวขาว ๆ และใช้แหนบดึงที่เป็นเส้นขาว ๆ ออกมา หลังจากนั้นก็จะใช้น้ำหมักมาทาตามตัวเพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง โดยการรักษาแต่ละครั้งไม่เคยคิดค่ารักษา มีแต่คนที่มารักษาจะซื้อยาหมักกลับไปที่บ้านเองในราคาขวดละ100 บาท บางคนเดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่ มารักษาแล้วอาการดีขึ้นเขาจึงบอกต่อ ๆ กันไป

 

ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสาธารณสุขจังหวัดเคยเข้าตรวจสอบหรือไม่หมอจวบบอกว่าเคยมีมาเข้าตรวจสอบในการรักษาและตรวจสอบเกี่ยวกับน้ำหมักและได้ออกใบอนุญาตให้เอาไว้ บางรายหมอจวบบอกว่ามะเร็งระยะที่ 4 ก็รักษาหายได้ หมอจวบท้าให้ลอง

 

 

รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/8KWSJATCIpQ