video_image
นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันฟุตบอล “ลีโอ ปรีซีซั่น คัพ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 90,000 เหรียญสหรัฐ หรือ กว่า 3 ล้านบาท เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ถนนสามเสน ในการแข่งขันปีนี้ คุณวรวุฒิ กล่าวว่า ศึกปรีซีซั่นที่ดีที่สุดของไทยรายการนี้ จัดขึ้นเป็นครั้ง 4 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งปีนี้มีทั้งหมด 16 ทีมเข้าร่วมดวลแข้ง ถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่เราจะได้เห็นนักกีฬาเตรียมสู้ศึกฤดูกาลใหม่ และได้มาดวลแข้งกับทีมระดับชั้นนำ จะช่วยให้นักเตะมีความพร้อมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
 
สิงห์ ได้ทำการสนับสนุนวงการกีฬาต่าง ๆ เป็นวงกว้างมาโดยตลอด เช่นเดียวกับกีฬาฟุตบอลที่เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอับดับหนึ่งของไทย มีคนเฝ้าติดตามการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาสโมสรที่เราสนับสนุนสร้างผลงานคว้าแชมป์ระดับประเทศถึง 5 แชมป์จาก 6 รายการที่จัดการแข่งขัน นอกจากนี้เรายังเป็นผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลไทยมากมายในหลายดิวิชั่น ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาลเรานำทีมกลุ่มนี้ให้มีโอกาสเล่นกับทีมใหญ่ทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศ เพื่อยกระดับสโมสรของไทย ให้มีความสามารถทัดเทียมสโมสรระดับภูมิภาค และระดับทวีป โดยการแข่งขันในปีนี้ ยังคงได้รับความสนใจ ทั้งจากทีมต่างประเทศ รวมถึงทีม เซเรโซ่ โอซาก้า สโมสรระดับชั้นนำของญี่ปุ่น ดีกรีแชมป์เจลีกหลายสมัยอีกด้วย
 
ในปีนี้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน 16 ทีม ได้แก่ สโมสรฟุตบอลในประเทศ 12 ทีม ประกอบด้วย สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ประวัติศาสตร์ ไทยลีก1, “เดอะ แรบบิต” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ไทยลีก2, “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี แชมป์เอฟเอ คัพ ที่ได้แชมป์แรกรอบ 10 ปีเมื่อซีซั่นที่แล้ว และ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี แชมป์บอลถ้วยลีกคัพ พร้อมด้วยทีมชั้นนำจากทุกภูมิภาคทั้ง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์นบิล, เชียงใหม่ เอฟซี, ระยอง เอฟซี, อุดรธานี เอฟซี, ขอนแก่น เอฟซี และหนองบัว พิชญ เอฟซี
ขณะที่ 4 ทีม จากต่างประเทศ ครั้งนี้มีทีมชั้นนำจากเจลีก นั่นคือ เซเรโซ่ โอซาก้า เจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดของแดนซามูไร 4 สมัย และเป็นทีมอันดับ 5 เมื่อซีซั่นที่แล้ว นำทัพมาโดยกัปตันทีม ฮิโรชิ คิโยตาเกะ ที่เคยไปค้าแข้งในบุนเดสลีกา กับ เนิร์นแบร์ก และลา ลีกา กับ เซบีญ่า
 
อีก 3 ทีมจากภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย แทมปิเนส โรเวอร์ เอฟซี รองแชมป์เอสลีก ประเทศสิงคโปร์, ลาว โตโยต้า เอฟซี เจ้าของแชมป์ลาว พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน และ พนมเปญ คราวน์ เอฟซี อดีตแชมป์กัมพูชา 5 สมัย ซึ่งปีก่อนได้อันดับ 6 ในศึกแคมโบเดี้ยน ลีก
 
โปรแกรมการแข่งขันมีดังนี้ รอบแรก 18 มกราคม 2563 — (คู่ 1)ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ เชียงใหม่ เอฟซี / (คู่ 2)อุดรธานี เอฟซี พบ หนองบัวพิชญ, 19 มกราคม 2563 — (คู่ 3)ขอนแก่น เอฟซี พบ นครราชสีมา มาสด้า / (คู่ 4)พีที ประจวบ พบ ระยอง เอฟซี
 
รอบ 2 วันที่ 22 มกราคม 2563 — (1)สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รอพบ ผู้ชนะคู่แรก / (2)เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รอพบ ผู้ชนะคู่ที่ 2, 23 มกราคม 2563 — (1)การท่าเรือ รอพบ ผู้ชนะคู่ที่ 3 / (2)บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รอพบ ผู้ชนะคู่ที่ 4
รอบ 8 ทีมสุดท้าย 25 มกราคม 2563 — พนมเปญ คราวน์ รอพบผู้ชนะคู่แรกของวันที่ 22 ม.ค. / เซเรโซ่ โอซาก้า รอพบผู้ชนะคู่ที่ 2 ของวันที่ 22 ม.ค., 26 มกราคม 2563 — แทมปิเนส โรเวอร์ส รอพบผู้ชนะคู่แรกของวันที่ 23 ม.ค. / ลาว โตโยต้า รอพบผู้ชนะคู่ที่ 2 ของวันที่ 23 ม.ค. 
 
จากนั้น รอบรองชนะเลิศ แข่งขันวันที่ 30 มกราคม 2563 เวลา 17.00 น. และ 20.00 น. และรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันวันที่ 1 หรือ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น.ถ่ายทอดสด True4U ช่อง24
สรุปแชมป์ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ประกอบด้วย ปี 2016-2017 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, และปี 2018 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด