video_image
นทท.ติดไวรัสโคโรนารายแรกในไทยอาการดีขึ้น
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดแถลงข่าวกรณีพบผู้ติดไวรัสปอดอักเสบรุนแรงรายแรกในไทย เป็นนักท่องเที่ยวจีน จากการตรวจสอบพบ เป็นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัว ซึ่งอาการดีขึ้นตามลำดับ คาดอีก 1-2 วัน จะอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศได้
 
 
 
แชร์ภาพ นทท.โดนฉลามหัวบาตรกัดขาเหวอะที่ทะเลพังงา ผู้เชี่ยวชาญเตือนระวังลงเล่นน้ำช่วงฟ้ามืด
 
จากกรณีที่มีการแชร์ภาพนักท่องเที่ยวโดนปลาขนาดใหญ่กัดบริเวณขาจนเกิดแผลเหวะหวะ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลนั้น พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 12 มกราคม 2562 นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันเล่นน้ำในทะเล บริเวณหาดนางทอง ม.7 ก่อนจะโดนปลาตัวใหญ่ไม่ทราบชนิดกัดบริเวณขาขวา มีแผลฉีกขาด และรอยฟันขนาดใหญ่ ก่อนนำตัวส่งไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนที่ จ.ภูเก็ต 
 
เบื้องต้นพบว่า ผู้ประสบเหตุเป็น ชาย ชาวเยรมัน อายุ 75 ปี โดยขณะเล่นน้ำกับภรรยา ซึ่งห่างจากฝั่งประมาณ 6 -7 เมตร นักท่องเที่ยวรู้สึกมีปลาตัวใหญ่แต่ไม่ทราบชนิด ว่ายบริเวณนักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ก่อนจะพุ่งเข้าหานักท่องเที่ยวและกัดบริเวณขาขวาฉีกขาด ยาวประมาณ 20 ซม.
 
ซึ่งขณะนี้ นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวอยู่ระหว่างพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทีมแพทย์ระบุผลว่า เส้นเอ็นบริเวณขาขวาฉีกขาด ได้ประสานและเย็บแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้นักท่องเที่ยวอาการดีขึ้นมาก หากแผลไม่อักเสบ ภายในวันที่14 มกราคม 2563 อนุญาตให้กลับได้
 
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า เหตุการณ์ฉลามกัดในไทยเกิดนานๆ ครั้ง เช่น ที่ภูเก็ต (ปี 60) ที่เขาเต่า (ปี 61) เกือบทุกครั้งถูกกัดที่ขาแต่ไม่สาหัส ฉลามที่กัดอาจเป็นฉลามหัวบาตร เพราะฉลามหูดำน่าจะเป็นรอยเล็กกว่านี้ และไม่ค่อยโจมตีสัตว์ใหญ่กว่า ฉลามจู่โจมอาจด้วยความเข้าใจผิด เพราะชายฝั่งน้ำขุ่น พอเห็นวูบก็นึกว่าเป็นเหยื่อ แต่เมื่อกัดแล้วรู้ว่าไม่ใช่ก็เลยหนีไป
 
ฉลามหัวบาตรอาจพบได้ตามชายฝั่งทั้งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ไม่บ่อยนัก ไม่มีผู้ถูกฉลามจู่โจมจนเสียชีวิตอย่างเป็นทางการในทะเลไทยมากกว่า 50 ปีแล้ว ส่วนคำแนะนำคือไม่ต้องกังวลมาก ไม่ต้องทำข่ายกั้น ฯลฯ แต่ระวังไว้นิดหากต้องลงน้ำตอนเช้าตรู่หรือตอนค่ำ/กลางคืน
 
 
 
ตำรวจภูเก็ตรวบ2ผู้ต้องหาพร้อมยึดกัญชาหนัก 120 กก.
 
วันนี้(13 ม.ค.63) ที่ สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.ธีระวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.วัชระ ทองประเทือง รองผู้กำกับการ สืบสวน พ.ต.ต.จักเรศ อุปถัมภ์ สารวัตรสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงการจับกุม 2 ผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลางเป็นกัญชาจำนวน 120 กิโลกรัม
 
สำหรับการจับกุมดังกล่าวภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุนยสิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ลงพื้นที่หาข่าวสืบหาผู้กระทำผิดจนได้รับข้อมูลจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนสินค้า ผิดกฎหมายมาจากรุงเทพมหานครโดยสินค้าดังกล่าวไม่มีการขียนชื่อผู้รับและผู้ส่ง ที่บริเวน ซึ่งจะมาส่ง ภายบริเวณ ชอยนิมิต 2 ถ.อ๋องซิมผาย ต.ตลาดใหญ่อ.เมืองจ.ภูเก็ต
 
 
พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองยอมรับว่าได้รับการว่าจ้างให้ขนสินค้าดังกล่าวไปส่งที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 5,000 บาท แต่ปฏิเสธรู้เห็นว่าภายในเป็นยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เตรียมสอบสวนขยายผลถึงผู้จ้างวานและผู้เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตามได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย
 
 
 
เหลือเวลา 2 วันก่อนยกเลิกใช้บัตร ATM แถบแม่เหล็ก
 
เหลือเวลาอีก 2 วันเท่านั้น สำหรับผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเดบิต แบบแถบแม่เหล็ก ที่จะต้องไปเปลี่ยนเป็นบัตรแบบชิปการ์ด เพราะถ้าไม่ปลี่ยน หลัง 15 มกราคมนี้ จะไม่สามารถใช้กดเงิน หรือ ซื้อสินค้าได้
 
 
บัตรที่ถืออยู่เป็นบัตรแถบแม่เหล็กที่ต้องเปลี่ยนใหม่ ให้สังเกตุง่ายๆ คือ ถ้าไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วยังกดรหัสเป็นเลข 4 หลัก นั่นหมายถึงบัตรที่ถืออยู่นั้น เป็นบัตรแถบแม่เหล็ก ที่จะใช้งานได้ถึงวันที่ 15 มกราคมนี้เท่านั้น หลังจากนั้นจะใช้งานไม่ได้
 
 
ซึ่งข้อมูลของแบงค์ชาติ พบว่า ยังมีบัตรแถบแม่เหล็กอยู่ในระบบมากถึง 12.1 ล้านใบ แยกเป็นบัตรเอทีเอ็ม 6.3 ล้านใบ และบัตรเดบิต 5.8 ล้านใบ แต่ในจำนวนนี้เป็นบัตรที่ยังแอคทีฟ หรือ ยังใช้งานอยู่ 7.1 ล้านใบ กระจายอยู่ทั่วประเทศ
 
 
โดยผู้ที่ถือบัตรแบบแถบเเม่เหล็ก สามารถนำบัตรประชาชน , บัตร ATM หรือ บัตรเดบิตใบเดิม และสมุดบัญชีธนาคาร ไปขอเปลี่ยนที่สาขาของธนาคารได้ทุกสาขา ภายในวันที่ 15 มกราคมนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นบัตรมที่มีประกันพ่วงท้าย จะมีค่าธรรมเนียม
 
 
ซึ่งสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน ก็เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้บัตร เนื่องจากเทคโนโลยีชิปการ์ดเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง สามารถป้องกันการถูกมิจฉาชีพโจรกรรมข้อมูลไปทำบัตรปลอม 
 
 
 
ช่อง 3 จับมือ 'Tencent' นำละครฉาย WeTV ขยายฐานคนดูในจีน
 
นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ WeTV ในเครือเทนเซ็นต์(ประเทศไทย) และ Tencent Video โดย มร.เจฟ ฮาน รองประธานอาวุโส บริษัท เทนเซ็นต์ เพนกวิน จำกัด ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือทางธุรกิจที่จะดำเนินการร่วมกันในปี 63 นี้ ในการนำละครช่อง 3 ที่ได้รับความนิยม ไปออกอากาศบนแพลตฟอร์ม WeTV ที่สามารถรับชมได้ทั้งในประเทศไทย และอีกหลายประเทศ
 
 
ที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกที่มีข้อตกลงการออกอากาศละครแบบคู่ขนาน บน Tencent Video ที่ผู้ชมในจีน สามารถรับชมได้พร้อมกันกับไทยในปีนี้ด้วย ซึ่งละครเรื่องแรกของช่อง 3 ที่ออกอากาศบน Tencent Video แบบคู่ขนานกับไทย คือ “ลิขิตรัก The Crown Princess” ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าชมมากกว่า 280 ล้านครั้ง และติด TOP5 ของคอนเทนต์ละครไทยที่มีคนดูมากที่สุดบน Tencent Video
 
 
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในการคัดเลือกละครไทยไปออกอากาศแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Tencent Video ที่มีฐานผู้ชมกว่า 550 ล้านคนต่อเดือน โดยจะมีการคัดสรรละครดังของช่อง 3 เพิ่มเติมอีก 3 เรื่อง เพื่อไปออกอากาศในประเทศจีน และอีก 4 ประเทศในเอเชีย
 
 
ขณะที่นางสาวกนกพร ปรัชญาเศรษฐ Country manager WeTV Thailand บริษัท เทนเซ็นต์ ประเทศไทย กล่าวว่า คอนเทนต์ละครไทยได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยเฉพาะละครดราม่าเข้มข้น และการที่ WeTV เป็นพันธมิตรรายแรกที่ได้รับสิทธิ์ในการออกอากาศละครแบบคู่ขนาน และรีรัน แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
 
 
จะทำให้กลุ่มผู้ใช้ WeTV เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีการดูละครไทยผ่านแพลตฟอร์ม WeTV เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าภายในปีนี้ โดยจะเริ่มออกอากาศทาง WeTV THAILAND ตั้งแต่ มกราคมนี้เป็นต้นไป ผู้ชมสามารถรับชมได้เหมือนกับการรับชมรายการบนแอพพลิเคชั่น CH3+ ของช่อง 3 ที่จะสามารถชมละครหลังจากออกอากาศทางโทรทัศน์เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น
 
 
 
ควีนอังกฤษเรียกประชุมด่วนราชวงศ์ หลังเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ประกาศลดสถานะ
 
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร มีพระกระแสรับสั่งให้สมาชิกราชวงศ์ระดับสูงเข้าเฝ้า เพื่อหารือถึงบทบาทในอนาคตของเจ้าชายแฮรี่ และเมแกน หลังจากที่ทั้งสองประกาศลดสถานะของพระองค์จากพระราชวงศ์ชั้นสูงไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
 
โดยสถานที่ที่จะมีการหารือคือ พระตำหนักซานดริงแฮม ในมณฑลนอร์ฟอล์ก สำหรับสมาชิกราชวงศ์ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบ็ธ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้เข้าเฝ้าได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลี่ยม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮรี่ ดยุคแห่งซัสเซกส์
 
ขณะที่เมแกน คาดว่า จะร่วมหารือผ่านทางโทรศัพท์จากแคนาดา ผู้สื่อข่าวราชวงศ์อังกฤษเผยว่า การหารือวันนี้เป็นการกำหนดขั้นตอนที่จะนำไปสู่การระบุความสัมพันธ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์อังกฤษของทั้งสองพระองค์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา
 
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับสถานะรวมไปถึงพระกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ในอนาคตด้วย
 
 
ขณะที่ซันเดย์ ไทมส์ของอังกฤษรายงานว่า เจ้าชายวิลเลี่ยม พระเชษฐาของเจ้าชายแฮรี่ได้ตรัสกับสหายคนหนึ่งว่า พระองค์รู้สึกเสียใจที่ สมาชิกราชวงศ์ไม่ได้รวมเป็นหนึ่งอีกต่อไป พระองค์กอดคอและเคียงข้างพระอนุชามาโดยตลอด ซึ่งไม่สามารถที่จะทำได้อีกแล้ว
 
 
 
เพลิงไหม้อาคารในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ปชช.ไม่มีไฟฟ้าใช้
 
มีรายงานเหตุเพลิงไหม้อาคาร 4 คูหา ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ทำให้อพาร์ทเม้นท์ที่กำลังก่อสร้าง 2 อาคาร, บ้านพัก 1 หลัง และร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า 1 แห่งเสียหาย 
 
 
โดยลมกระโชกแรงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว จนมีนักผจญเพลิงบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย และประชาชนไม่ต่ำกว่า 100 คนต้องอพยพ ขณะที่ผู้พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงกว่า 3 พันคน ไม่มีไฟฟ้าใช้