video_image
กรณีชายที่ถูกแพร่ภาพในสังคมโลกออนไลน์ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกราดยิงชิงทองที่ลพบุรี เปิดใจยอมรับเคยติดคุกจากคดีชิงทองจริง แต่วันนี้กลับตัวเป็นคนดีแล้ว และตอนนี้กังวลจะถูกไล่ออกจากงาน 
 
 
นายเอกฐวีป คงคาวารี เป็นบุคคลที่ปรากฎในภาพดังกล่าว บอกว่า รู้เรื่องนี้ เพราะเพื่อนส่งไลน์มาให้ดู โดยทันทีที่เห็นภาพตนเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกราดยิง ชิงทองที่ลพบุรี ก็ตกใจ เพราะนอกจากมีภาพตน ยังระบุชื่อนามสกุล ที่อยู่ที่กำแพงเพชรด้วย จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สน.สามเสน เพื่อยืนยันความผู้บริสุทธิ์ 
 
 
ระหว่างนั้นได้โทรศัพท์ไปบ้านที่กำแพงเพชร จึงรู้ว่ามีตำรวจ มาค้นบ้านและตามหานายเอกฐวีป ซึ่งเป็นห่วงพ่อและแม่ที่อายุมากแล้ว และกลัวว่าทางบ้านจะคิดว่าเป็นคนร้ายจริง 
 
 
นายเอกฐวีป ยอมรับเคยปล้นทอง ในห้างย่านลาดพร้าว เมื่อปี 2556 จึงอาจถูกตำรวจ นำประวัติมาตรวจสอบข้อมูล แต่ไม่คิดว่าจะเอาภาพไปลงสังคมออนไลน์ สิ่งที่กังวลมากที่สุด คือหลังจากนี้จะใช้ชีวิตในสังคมอย่างไร เพราะ 10 เดือนหลังพ้นโทษได้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เรียนหนังสือ และตั้งใจทำงานเลี้ยงครอบครัว 
 
 
จากนี้จะนำหลักฐาน คือภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ยืนยันว่าในเวลาที่เกิดเหตุชิงทอง ที่ลพบุรี นายเอกฐวีปอยู่ที่ลานจอดรถ ของที่ทำงาน พื้นที่จังหวัดชลบุรี มอบให้ตำรวจ ปอท.เพื่อดำเนินคดีกับผุ้ที่ปล่อยภาพ
 
 
ด้านอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ บอกว่า จากประสบการณ์มั่นใจว่าคนร้าย น่าจะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 5 กิโลเมตร เพราะอาจถูกสกัดจับ หลังก่อเหตุคนร้ายน่าจะขี่รถจักรยานยนต์หนีไปตามเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด จากนั้นอาจนำรถไปซ่อน หรือทิ้งลงน้ำ แล้วเปลี่ยนพาหนะ และอาจมีคนช่วยพาหลบหนี และไม่อยากให้มองว่าคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 
 
 
ส่วนสาเหตุที่ใช้เครื่องเก็บเสียง เพราะไม่อยากให้เกิดการแตกตื่นจะได้มีเวลาก่อเหตุ จากข้อมูลพบว่ามี 3 จังหวัด ที่พบการลักลอบทำเครื่องเก็บเสียง คือฉะเชิงเทรา,พิษณุโลก และ ลพบุรี 
 
 
มีรายงานว่า กองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างนำหัวกระสุนขนาด 9 มม.13 นัด ที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ไปตรวจเทียบเคียงกับหัวกระสุนในคดีอาชญากรรม และทะเบียนปืนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน เบื้องต้นยังไม่ตรงกับฐานข้อมูลคดีที่เคยเกิดขึ้น แต่เป็นไปได้ว่า ปืนกระบอกนี้อาจจะยังตรวจไม่พบ หรือไม่เคยใช่ก่อเหตุมาก่อน