video_image

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางมารับฟังความคืบหน้าทางคดีในการติดตามตัวคนร้ายชิงทอง ในห้างโรบินสัน ลพบุรี ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ และเสียชีวิต ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี ภายหลังการประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง ได้เดินทางกลับลงมาพบกับสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดในคดี ก่อนจะให้พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เป็นผู้ชี้แจง

 

เบื้องต้นในการเดินทางมาติดตามคดีอีกครั้งนั้น หลังจากที่ได้ติดตามหาข่าวและตรวจสอบข้อมูลของทีมสืบสวนตามสถานที่ต่างๆ น่าจะมีข่าวการล็อกเป้าหมายผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี  รูปร่างสันทัด ความสูงประมาณ  165 -168  ซม. คาดว่าเป็นทหารนอกราชการที่ได้รับการฝึกใช้อาวุธปืนพกสั้นและยุทธวิธี อย่างคล่องแคล่ว

 

พร้อมกันนี้ทางตำรวจได้ตำหนิการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชนบางสำนัก ที่มีการนำเสนอข้อมูลทางคดีที่ทำให้เกิดความเสียหายส่งผลต่อรูปคดี ในการติดตามตัวคนร้าย รวมถึงไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้สูญเสีย

 

ส่วนกระแสข่าวในโซเชียลที่มีนายทหารนายหนึ่งโพสต์ข้อความคล้ายคุมตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งถูกกักตัวไว้ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ยังยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะพยานหลักฐานยังไปไม่ถึงตัวคนร้าย จึงทำให้ไม่สามารถชี้ชัดว่ากลุ่มคนจำพวกใดเป็นคนร้าย ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งนักกีฬาแม่นปืน , ข้าราชการ , ข้าราชการเออร์ลี่ และ ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจนถึงขณะนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักไปที่การจี้ชิงทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งหรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆทิ้งไป

 

ส่วนการตรวจสอบทะเบียนปืนจากกรมการปกครอง จนได้ข้อมูลการครอบครองอาวุธปืนมาแล้ว สามารถระบุกลุ่มคนที่ครอบครองอาวุธปืน 9มม.ชนิดนี้ได้ เป็นกลุ่มคนที่เรียกว่า tactical หรือ คนที่ชื่นชอบการยิงปืน แต่สามารถยืนยันได้ว่าปืนชนิดนี้ ไม่ได้มีใช้ในหน่วยงานราชการ แต่มีการเปิดจำหน่ายในโครงการสวัสดิการของหน่วยรัฐ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปซื้อและครอบครองได้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้คาดว่าน่าจะเป็นพลเรือน

 

ขณะที่ผลการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์เริ่มทยอยส่งกลับมายังทีมสืบสวนบางส่วนแล้ว ซึ่งจะนำมาพิจารณาประกอบกัน เพื่อระบุตัวตนคนร้ายและเทียบเคียงตามผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจมีข้อมูล ก่อนนำไปสู่การจับกุม

 

สำหรับกรณีที่มีบุคคลคึกคะนองแต่งกายคล้ายคนร้ายเข้าไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนประชาชนตกใจแตกตื่นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์รุนแรงและเกิดความสูญเสีย ซึ่งต่างอยู่ในความเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์นี้ พร้อมบอกด้วยว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวมีความผิดทางอาญาด้วย

 

ส่วนที่มีผู้นำเสนอข้อมูลรูปภาพของบุคคลหนึ่งและมีข้อความว่าเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุ่ก่อชิงทองที่ จ.ลพบุรีนั้น โดยตร.ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่ใช่ข้อมูลที่ออกโดยตำรวจ ข้อมูลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่บิดเบือน (fake news)

 

ล่าสุดชายในถาพที่แชร์กันนั้น ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุชิงทองตามที่มีการแชร์ภาพและข้อความ ซึ่งชายรายนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จ.กำแพงเพชร  ปัจจุบันทำงานที่จ.ชลบุรี ซึ่ง ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทอง และไม่รู้ว่าบุคคลใดเป็นคนนำข้อมูลไปแชร์ จึงขอลงบันทึกประจำวันไว้และจะเข้าแจ้งความกับปอท.ดำเนินคดีกับคนนำภาพไปแชร์

 

ขณะที่งานฌาปนกิจศพ นายธีระฉัตร นิ่มมา หัวหน้า รปภ. ห้างโรบินสัน ที่ถูกคนร้ายชิงทองยิงเสียชีวิต พ่อผู้ตายระบุอยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับเป็นคนร้ายรายนี้ให้ได้ เพื่อจะได้สอบถามมูลเหตุจูงใจที่ก่อเหตุชิงทอง แต่กลับต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์ หากมีการวิสามัญก่อนครอบครัวและสังคมก็จะคาใจแต่ถ้าครอบครัวรู้ข้อเท็จจริงจากปากคนร้ายแล้วค่อยให้คนร้ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ศาลตัดสินลงโทษคนร้ายรายนี้ขั้นสูงสุด คือประหารชีวิต

 

ด้านภรรยาผู้ตายกล่าวว่า ต้องการให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีรับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต โดยยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนลูกทั้ง 3 คน ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่อง รู้แค่ว่าพ่อของเขานอนหลับ หรือไปทำงานยังไม่กลับ

 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JwlAMHuleEM