video_image

โคราช-เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหญิงรายหนึ่งกินน้ำยาล้างห้องน้ำเพื่อพยายามที่จะฆ่าตัวตาย พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถืออัดคลิปขณะกำลังจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ

 

โดยได้กล่าวตัดพ้อผู้บริหารมูลนิธิกู้ภัยชุดใหม่ว่า ตนเองได้ถูกกลั่นแกล้งทั้งการตัดเงินเดือน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำงาน และการลดชั่วโมงการทำงาน ทำให้รายได้ลดน้อยลง ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งที่ตนเองทำงานกับกู้ภัยมานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากนั้นคลิปก็ถูกตัดขาดหายไป

 

พร้อมกันนี้สาวกู้ภัยยังได้มีการเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ในมูลนิธิ มีการใช้คำพูดแรงๆ ทำให้ไม่มีกำลังใจ ทั้งที่ทำงานมานาน 12 ปี

 

ด้านสามีของผู้ก่อเหตุระบุ หลังตื่นนอนเห็นภรรยากำลังยกขวดน้ำยาล้างห้องน้ำดื่มกินเข้าไปหลายอึก ตนจึงได้รีบพุ่งเข้าไปคว้าขวดออกจากปาก และรีบเอามือล้วงคอ เพื่อให้ภรรยาอาเจียนออกมา ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งขณะนี้แพทย์ระบุว่า ภรรยาของตนพ้นขีดอันตรายแล้ว นับว่าโชคดีที่ตนเองไปเห็นก่อน ไม่เช่นนั้นภรรยาคงจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำไปมากกว่านี้

 

ส่วนสาเหตุของการคิดฆ่าตัวตายครั้งนี้ ตนคาดว่าจะเกิดจากความเครียดในที่ทำงาน เพราะได้ยินภรรยาบ่นให้ฟังว่า ถูกกรรมการมูลนิธิฯ ในที่ทำงานบีบคั้นหลายอย่าง เช่น ลดเวลาทำงาน เปลี่ยนแปลงเวลาทำงาน ลดค่าแรง และใช้คำพูดที่รุนแรงถึงขั้นว่าถ้าหากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาทำงาน นอกจากนี้ยังมีการจะสั่งย้ายภรรยาของตนเองไปฝึกงานใหม่ที่สุสาน ทั้งที่ภรรยามีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 12 ปีแล้ว

 

ประกอบกับครอบครัวของตนเองก็มีรายได้น้อย ภรรยาต้องส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้า ช่วงบ่ายทำงานที่มูลนิธิฯ รายได้เดือนละ 9,000 บาท ส่วนตนเองทำงานที่ร้านประดับยนต์ และมาทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิฯ เช่นกัน ซึ่งครอบครัวตนมีภาระค่าใช้จ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายส่งลูก 2 คนเรียนหนังสือ ส่งค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ และค่ากินค่าอยู่ในครอบครัว ซึ่งเมื่อรายได้ลดน้อยลง และถูกบีบบังคับสารพัดเช่นนี้ ภรรยาจึงเกิดความเคียด และคิดฆ่าตัวตายดังกล่าว

 

ทางด้านนายอภิเชษฐ์ สันติเศรษฐสิน อายุ 66 ปี คณะกรรมสำนักงานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊งสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกสาวกู้ภัยกล่าวถึงในคลิป พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ที่ปรากฏชื่อในจดหมายลาตายของสาวกู้ภัยทั้ง 5 คน ได้ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาที่สาวกู้ภัยระบุว่าถูกกลั่นแกล้ง โดยระบุว่า

 

หญิงกู้ภัยสาวคนดังกล่าวได้ทำงานอยู่ที่อาคารบริจาคโลงศพหน้ามูลนิธิฯ มานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหม่เข้ามาบริหารก็ได้ต้องการที่จะปรับปรุงรูปแบบบริเวณจุดรับบริจาคโลงศพใหม่ โดยได้ขยับปรับย้ายโต๊ะที่นั่งเจ้าหน้าที่รับบริจาคออกมาให้อยู่ด้านหน้าอาคาร เพื่อให้ประชาชนเห็นชัดเจนมากขึ้น อยู่ห่างจากจุดตั้งโต๊ะเดิมประมาณ 2 เมตร ซึ่งเมื่อย้ายโต๊ะออกมาแล้วก็ทำให้สาวกู้ภัยไม่พอใจ

 

หลังจากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิฯ สั่งให้ทำงานอะไรก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ รวมทั้งไม่ยอมเข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจงใดๆ เมื่อคณะกรรมการ เห็นดังนั้นจึงได้มีมติให้ย้ายสาวกู้ภัยคนดังกล่าวไปศึกษาดูงานบริจาคโลงศพที่สุสานของมูลนิธิฯ ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เป็นระยะเวลา 15 วัน นับจากวานนี้ (6 ม.ค. 63) โดยที่คณะกรรมการไม่เคยต่อว่าด้วยคำหยาบคายใดๆ และไม่ได้มีการตัดเงินเดือนแต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ตนเองก็ไม่เคยรู้จักสาวกู้ภัยคนนี้เป็นการส่วนตัว และไม่มีอคติใดๆ ในการทำงานเลย ยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเดินทางไปเยี่ยมอาการสาวกู้ภัยที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และจะมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sLAceIdIWvs