video_image
นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนเข้าในปัญหาภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำ แต่ยอมรับบางพื้นที่มีน้ำต้นทุนน้อย อาจเข้าไม่ถึง ด้านกรมชลประทาน ผันน้ำจากแม่น้ำปาว เข้าไปเก็บในฝาย เพื่อสนับสนุนการประปาให้จังหวัดมหาสารคาม
 
 
สำนักเครื่องจักรกล ชลประทานที่ 6 ตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่ฝายวังยาง 6 เครื่อง เพื่อสูบน้ำจากท้ายฝาย เข้ามากักเก็บหน้าฝาย สำหรับใช้ผลิตน้ำประปาให้หลายชุมชน รวมถึงตัวเมืองมหาสารคาม รองรับวิกฤติภัยแล้ง โดยน้ำที่จะสูบเข้านั้น เป็นน้ำที่ระบายจากเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงสู่ลำน้ำชีไปที่จังหวัดร้อยเอ็ด 
 
 
ตอนนี้น้ำในเขื่อนลำปาว มีมากพอสำหรับการอุปโภคบริโค แตกต่างจากน้ำ ในเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีน้อย แล้วยังต้องสนับสนุนจังหวัดมหาสารคามด้วย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว ขึ้นมาเก็บไว้ในฝายวังยาง ซึ่งวิธีนี้จะลดการใช้น้ำที่ระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์ลงไปได้อีก 
 
 
ขณะที่นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว บอกว่าน้ำในเขื่อนลำปาว เพียงพอต่อการใช้อุปโภค บริโภค ส่วนพื้นที่การเกษตร เพียงพอสำหรับปลูกข้าว และนากุ้ง แต่ย้ำเตือนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะแม้จะมีน้ำกักเก็บเพียงพอ แต่ยังต้องสนับสนุนจังหวัดมหาสารคาม ตามแผนการผันน้ำด้วย
 
 
วันนี้กรมชลประทาน เปิดศูนย์ปฎิบัติการเฉพาะกิจสำนักเครื่องจักรกล เพื่อเตรียมเครื่องมือ บรรเทาภัยแล้ง โดยตั้งศูนย์บัญชาการภายใต้การบริหารของกรมชลประทาน ทั้ง 7 ศูนย์ทั่วประเทศ คือที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และสงขลา 
 
 
สำหรับสถานการณ์น้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา//นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมวันนี้ว่า ในช่วงเร่งด่วน 1-2 เดือนนี้จะใช้การระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิตติ์ ลงพื้นที่ตอนล่างวันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไล่น้ำเค็มช่วงทะเลหนุน แต่พบปัญหาว่าน้ำที่ระบายลงมา เหลือถึงปลายทางเพีย 7-8 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะถูกเกษตรกรดึงน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรระหว่างทาง ตอนนี้จึงขอความร่วมมือเกษตรกร งดข้าวนาปรัง เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มหนุน
 
 
ส่วนอีกแผน คือผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง มาลงคลองจรเข้สามพัน,คลองประปา ไปลงแม่น้ำท่าจีน จากนั้นระบายจากแม่น้ำท่าจีน ไปคลองพระพิมล และคลองประปา เพื่อให้ไหลไปคลองบางกอกน้อย แล้วไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีโควต้าใช้น้ำจากแม่กลองราว 500 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าช่วงน้ำทะเลหนุนสูง คือ 8-15 มกราคมนี้ จึงต้องเตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว 
 
 
นอกจากนี้ สนทช.จะเสนอ ครม.ตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อบังคับการทำงานตามโครงสร้างเฉพาะกิจ ตามมาตรา 24 เพื่อให้ 30 หน่วยงาน มาทำงานร่วมกัน ที่สทนช.
 
 
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ เพื่อทำงานร่วมกับ สทนช.ในการวางแผนระยะสั้น และยาว ซึ่งที่ผ่านมามีหลายโครงการเดินหน้าไปแล้ว แต่ยอมรับว่าบางจุดมีแหล่งน้ำไม่เพียงพอหรือไม่ทั่วถึง จึงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเช่น ขุดลอกคลอง ขุดบ่อ ซึ่งได้ให้หาวิธีขุดดินแลกบ่อ โดยนำดินไปขายให้พ่อค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าตามกฎหมายสามารถทำได้ แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่ และต้องไม่มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์นายทุน