video_image
สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายารัฐสภา ประจำปี 2562 หลังจากที่เว้นวรรคการตั้งฉายารัฐสภาไปเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาในปี 2562 สื่อมวลชนประจำรัฐสภาได้มีความเห็นร่วมกันที่จะตั้งฉายาสภาอีกครั้ง ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ยังคงเป็นการสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรอบปีที่ผ่านมา
 
โดยตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎรในปีนี้ว่า 'ดงงูเห่า'
 
 
เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เป็นสภาเสียงปริ่มน้ำระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "งูเห่า" ทั้งการประกาศตัวเป็น "ฝ่ายค้านอิสระ" เพื่อต่อรองการทำหน้าที่ของพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลที่เป็นพรรคเล็ก จนเกิดการวิจารณ์ถึงการแจกกล้วย
 
และเหตุการณ์ ที่ส.ส.ฝ่ายค้านโหวตสวนมติไปสนันสนุนฝ่ายรัฐบาลอยู่หลายครั้งจนถึงขั้นมีมติขับออกจากพรรค อย่างกรณีพรรคอนาคตใหม่  จึงเปรียบเป็น ดงงูเห่าที่คอยแว้งฉกกันเองเท่านั้น
 
ฉายาวุฒิสภาหรือ ส.ว. คือ 'สภาทหารเกณฑ์'
 
เนื่องจาก ส.ว. ชุดปัจจุบันเป็น ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่ ในช่วง5ปีแรก ส.ว.มาจากการคัดเลือกโดย คสช. ซึ่งจำนวน100 กว่าคนเป็นทหาร-ตำรวจ และยังให้ผู้บัญชาเหล่าทัพเป็น ส.ว. โดยตำแหน่งด้วย จึง เปรียบเสมือนเป็นทหารที่ถูกคสช.เกณฑ์เข้ามาทำหน้าที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรกเท่านั้น
 
ฉายาประธานสภาผู้แทนราษฎร สื่อตั้งว่า 'มีดโกนขึ้นสนิม'
 
สื่อมวลชนมองว่า คุณชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตำนานการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นส.ส.ที่มีพรรษาทางการเมืองมากที่สุด และมีบารมีเต็มเปี่ยมจนได้กลับเข้ามาเป็นประธานสภาฯอีกครั้ง แม้จะมีความตั้งใจจะให้ประชาชนกลับมาศรัทธาสภา แต่เอาเข้าจริงมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่เคยบาดลึกแหลมกำลังขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ จนเกิดเหตุการณ์สภาล่ม อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นมีดโกนขึ้นสนิมแต่หากใครได้โดนแล้วแน่นอนว่ายังต้องรู้สึกเจ็บและต้องรีบฉีดยากันบาดทะยัก เพราะวาจาของนายหัวเมืองตรังยังเจ็บจี๊ดไม่เคยเปลี่ยนแปลง
 
ฉายาประธานวุฒิสภา สื่อตั้งว่า 'ค้อนยาง'
 
เนื่องจาก นายพรเพชร วิชิตชลชัยเคยดำรงตำแหน่งประธาน สนช. มาก่อน ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา บทบาทและอำนาจหน้าที่ที่เคยมีนั้นได้เลือนหายไป ฝทำให้สมาชิกรัฐสภาไม่ยำเกรงในบารมีของประธานวุฒิสภา ดังจะเห็นได้จากการประชุมรัฐสภา ทุกครั้งที่นาสพรเพชรขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมมักจะถูกส.ส.ลองของจนควบคุมการประชุมไม่ได้ โดยเฉพาะการปะทะคารมกันระหว่าง ’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ ’พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส’ในการประชุมแถลงนโยบายรัฐบาล ถึงขั้นต่องใช้ค้อนทุบโต๊ะเพื่อหวังให้เกิดความสงบ แต่กลับได้ผลตรงข้าม จึงเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าค้อนไม้ที่พรเพชรถือไว้ในมือนั้นเป็นเพียงแค่ค้อนยางของเด็กเล่นเท่านั้น
 
ฉายาผู้นำฝ่ายค้าน สื่อตั้งว่า 'ขนมจีนไร้น้ำยา'
 
เนื่องจาก มองว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน ยังไม่อาจแสดงศักยภาพในการตรวจสอบรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายค้านฯในอดีตหลายคนก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไม่ปรากฎบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อให้การทำงานของฝ่ายค้านมีความสมานฉันท์อย่างชัดเจน จึงไม่ต่างอะไรกับขนมจีนน้ำเงี้ยว ที่ดูน่ารับประทาน แต่ไร้น้ำยาทำให้ขนมจีนจานนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของผู้คน
 
สำหรับเหตุการณ์แห่งปี ปีนี้สื่อสภายกให้ เหตุการณ์ 'สภาล่ม'
 
ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 วันติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. และ 28 พ.ย. ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการเช็กบิล คำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 ที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลกลัยแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้าน ในรอบแรกเพราะ ส.ส. รัฐบาลมาประชุมไม่ทัน แต่ ส.ส.รัฐบาลใช้สิทธิตามข้อบังคับขอนับคะแนนใหม่ แต่เมื่อจะมีการนับคะแนนใหม่ ส.ส.ฝ่ายค้านวอล์กเอ้าท์ ออกจากห้องประชุมเพราะไม่เห็นด้วยทำมห้องค์ประชุมไม่ครบต้องปิดการประชุม วันต่อมานัดประชุมอีกครั้งแต่ก็ยังมีส.ส.ไม่ครบองค์ประชุม อีก ประธานต้องสั่งปิดการประชุม จนสภาล่มเป็นครั้งที่2 สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อสภา ทั้งที่ คุณชวน หลีกภัยพยายามจะยกระดับมาตรฐานให้ดีขึ้น
 
วาทะแห่งปี : "ตัดพี่ตัดน้อง"
 
วาทะนี้เกิดขึ้น หลังจาก นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ พูดกลางที่ประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ซึ่งมีการ ตอบโต้กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ที่กล่าวหาเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ครั้งนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ตอบโต้ว่า “เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่เกียรติผม เคยพูดว่าจะชักปืนยิงผม ถ้ายิงจริง ท่านก็ติดคุกไปแล้ว ท่านพูดจาหยาบคาย เหรียญรามาผมก็ได้ แต่ไม่เคยอวดอ้างอำนาจ ให้ไปทบทวนตัวเอง” จึงเป็นการตัดพี่ตัดน้องเนื่องจากเป็นนักเรียนเตรียมทหาร มาด้วยกัน โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่8 ส่วน พลเอกประยุทธ์ เป็นรุ่นน้อง รุ่นที่ 12
 
ตำแหน่ง 'คู่กัดแห่งปี' หนีไม่พ้น น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
 
ที่เป็นมวยถูกคู่ เพราะ ส.ส.ปารีณา ถูกพรรคส่งมาเป็นกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่มี ’พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เป็นประธาน เพื่อมาปกป้องพล.อ.ประยุทธ์ หลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ พยายามเชิญนายกฯมาชี้แจง ปัญหาการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน อยู่หลายครั้ง  แต่ ส.ส. ปารีณาใช้ไม้เด็ดตอบโต้คัดค้านเรื่องต่างๆทุกวิถีทาง ถึงขั้นมีการผลัดกันยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกันเองภายในกรรมาธิการจนงานอื่นๆไม่เดินหน้ากรรมาธิการหลายคนทยอยลาออก เพราะไม่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง หาแก่นสารไม่ได้แต่อย่างใด
 
ส่วนตำแหน่ง 'ดาวเด่น' ในสภาปีนี้ สื่อ ยกให้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. พรรคอนาคตใหม่
 
ที่เป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของรัฐบาล จนถึงขั้นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความและเป็นที่คลางแคลงใจของสังคมอยู่ทุกวันนี้
นอกจากนี้การทำหน้าที่อภิปรายในสภายังเป็นผู้ที่ใช้เหตุผลทางวิชาการและกฎหมายรองรับ จึงทำให้คว้าตำแหน่งนี้ไปอย่างลอยลำด้วยความหวังว่าเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะสามารถรักษามาตรฐานที่วางไว้ไปให้ตลอด
 
ส่วนตำแหน่ง 'ดาวดับ' ในสภา ปีนี้ ฟนีไม่พ้น น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ
 
เพราะเป็น ส.ส. ที่มีกระแสในแง่ลบมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความพยายามแสดงบทบาทในการตรวจสอบการถือครองที่ดินของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในจังหวัดราชบุรี แต่กลับถูกตรวจสอบเสียเองจนถึงขั้นถูกยึดคืนที่ดินกว่า 700 ไร่ และอยู่ระหว่างหน่วยงานดำเนินคดี เอาผิด ทั้งๆที่มีตำแหน่งเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความโปร่งใส กลับพยายามบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง ถึงขนาดที่กล่าวอ้างว่าได้ทำเอ็มโอยูกับนักข่าวที่จะยุติการสัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว โดยไม่มีหลักฐาน จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนได้เทคะแนนให้กับปารีณาด้วยความหวังจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอนาคต
 
และตำแหน่งสุดท้าย 'คนดีศรีสภา' ตำแหน่งนี้ยังไม่มีผู้เหมาะสมโดยสื่อมองว่า สภาเพิ่งทำหน้าที่มาเพียงครึ่งปี ยังๆไม่มี ส.ส. แสดงบทบาทโดนเด่นที่ชัดเจน
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/J1cp_ZQSo1s