video_image
กรมชลประทานเปิดแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 หลังพบว่าในปี2562ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำเข้าสู่เขื่อนหลักน้อยกว่าปกติ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้เพียงร้อยละ45 พร้อมของดการทำนาและการเกษตรในทั่วทุกภาคของประเทศ
 
กรมชลประทาน จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 พร้อมตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
 
ดร.กองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี่ซึ่งพบว่าปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อยเหตุจากฝนตกต่ำกว่าค่าปกติในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างจำกัด และให้เป็นไปตามแผนการจัดการน้ำซึ่งมีเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ และสนับสนุบพืชที่ใช้น้ำน้อยบางพื้นที่เท่านั้น แต่ไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร หลักของประเทศ ทั้งในภาคเหนือภาคอีสานและภาคกลาง
 
ซึ่งสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(27 ธ.ค. 62) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 47,377 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 23,531 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของปริมาณน้ำใช้การได้
 
ส่วนของ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)
 
มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,157 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน
4,461 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน
 
สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/2563 (ระหว่าง 1 พ.ย. 62 - 30 เมย. 63) เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทาน มีปริมาณน้ำจัดสรรจากอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 17,620 ล้าน ลบ.ม(น้อยกว่าปีก่อนประมาณ 7 พันล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นน้ำใช้3 ส่วน คือเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่ออุตสาหกรรม และเพื่อการเกษตร ตามแผนการจัดสรรน้ำ ซึ่งมีการระบายร้ำไปแล้วกว่า 5800ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 28 ของแผนจัดสรรน้ำ ซึ่งในปัจจุบันทางกรมชลประทานต้องมีการระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศเขื่อน เพื่อการอุปโภคบริโภคและบรรเทาปัญหาน้ำเค็มรุกน้ำจืดที่ใช้เพื่อการผลิตประปา
 
ทั้งนี้ทางกรมชลประทานได้จัดทำแผนการ แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562 ได้วางแผนเพาะปลูกพืชทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 2.83 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.52 ล้านไร่ 
ปัจจุบันได้ทำการเพาะปลูกทั้งประเทศ รวม 2.33 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผนแยกเป็นข้าวนาปรัง 2.21 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 95 ของแผน" และพืชไร่พืชผัก 0.12 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 23 ของแผนๆ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่มีแผนการเพาะปลูกพืชเนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนด้านการเกษตร
 
โดยการจัตั้งศูนย์เฉพาะกิจในครั้งนี้กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมในเรื่อง เครื่องจักร-เครื่องมือ เพื่อส่งไปประจำการที่ศูนย์ทั่วประเทศ โดยมีศูนย์ส่วนกลางอยู่ที่ จ.นนทบุรี และอีกใน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นนทบุรี และ จ.สงขลา ซึ่งกระจายส่งเครื่งจักร ครื่องจำนวน 4316 ชิ้น แยกเป็นเครื่องสูบน้ำจำนน 1935 เครื่อง รถสูบน้ำจำนวน 258คัน รถขุด จำนวน 499 คัน เรือขุด จำนวน 69 ลำ รถบรรทุกจำนวน 511 คัน รถบรรทุกน้ำ จำนวน 106 คัน รถแทร็กเตอร์ จำนวน 565 คัน และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆจำนวน 373 เครื่อง พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่งใกล้ชิดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะใน43จังหวัด ภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางที่มีความเสี่ยงน้ำอุปโภค บริโภค ไม่เพียงพอ ด้านข้อมูลฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาก็เผยว่าคาดการณ์ปริมาณฝนในปี 2563 คือตั้งแต่ เดือน มกราคม-เดือนมิถุนายน โอกาสฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติในรอบ60ปี
 
ทั้งนี้มีการแจ้งประสานหน่วยงานในท้องถิ่น พื้นที่ต่างๆจัดเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ให้เพียงพอในห้วง 3 -6 เดือน ตั้งแต่ มกราคม ถึง มิถุนายน หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่โครงการชลประทานในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1460 หรือ เฟสบุ๊ก เรารักชลประทาน รอบรั้วชลประทาน และศูนย์ปฏิบัติการน้ำ
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/gwiaR2DTjT8