video_image
นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เพชรบุรี  พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือคดีบิลลี่ สภาทนายความ เข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI 
 
วันนี้ดีเอสไอเชิญให้นางสาวพิณนภา เข้าฟังการสรุปสำนวนคดี ที่นายพอละจีหายตัวไปเมื่อปี 2557 กระทั่งพบชิ้นส่วนโครงกระดูกในถัง 200 ลิตร ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอักษร พร้อมพวก รวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี 
 
เบื้องต้นดีเอสไอจะดำเนินคดีกับ นายชัยวัฒน์ และพวกรวม 6 ข้อหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, การใช้อาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำตาม รวมถึงใช้กำลังประทุษร้าย, ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทุจริตเพื่ออำพรางศพ และกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ
 
ทางด้าน นางสาวพิณนภา บอกว่า ดีใจและพอใจการทำงานของดีเอไอ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยติดตามคดีของบิลลี่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
 
ขณะที่ พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัทม์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ บอกว่า ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้แจ้งไปยังจำเลยแล้วว่า หากมีหลักฐานเพิ่มเติม สามารถยื่นได้ภายใน 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฎว่ายังไม่ได้รับหลักฐานใดๆเพิ่ม จากนี้ดีเอสไอจะนำสำนวนคดีฆาตกรรม ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งดีเอสไอเตรียมหลักฐาน 17 แฟ้ม ยืนยันได้สอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดที่สุด ซึ่งในชั้นอัยการจะมีเวลาสรุปสำนวน ภายใน 40 วัน ยังเหลือเวลาผัดฟ้องฝากขังอีก 3 ผัด