video_image
นราธิวาส - รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส บรรยากาศโดยทั่วไปในช่วงเช้าท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส หลังจากในช่วงคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักอีกละลอก ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง เพื่อไหลลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ มีปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มแนวริมตลิ่งในพื้นที่ 7 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนท่าบือเร็ง และชุมชนหัวสะพาน ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก มีระดับน้ำท่วมขังที่ทรงตัวสูงโดยเฉลี่ย 70 ถึง 190 ซ.ม.
 
และจากการนั่งเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากในการตระเวนตรวจสอบสภาวะน้ำท่วมขัง ที่บริเวณชุมชนท่ากอไผ่และชุมชนหัวสะพาน พบว่า ชาวบ้านที่สามารถยังอาศัยอยู่ที่บ้านพักบริเวณชั้น 2 ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยเรือยนต์รับจ้างในการเดินทางมาทำงานและติดต่อกิจธุระที่จำเป็น โดยจะขึ้นลงเรือยนต์รับจ้างทางหน้าต่างของบ้านพักที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งจะพบเห็นชินตาในช่วงฤดูน้ำท่วม โดยทั้ง 2 ชุมชนมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 90 ถึง 190 ซ.ม. ส่วนชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านพักได้ ก็ได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง จำนวน 51 ครัวเรือน รวม 164 คน
 
ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้ประกาศพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในช่วงเช้าของวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอแว้ง สุคิริน ศรีสาคร จะแนะและรือเสาะ เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมาแล้ว เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินนำไปใช้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรแบบเร่งด่วนต่อไป
 
ส่วนสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ อ.สุคิริน แว้ง ศรีสาคร จะแนะและระแงะ ล่าสุด พบว่า มีปริมาณน้ำท่วมขังลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอย่างหนักและซ้ำอีกละลอก จะคืนกลับสภาวะปกติ
 
ปัตตานี - ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเออล้นตลิ่งในช่วง 2 คืนที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.2 บ้านจางา และ ม.2 บ้านปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี กว่า 150 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 30 ซม. ชาวบ้านต้องเร่งขนข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงของมีค่าทุกอย่างเอาไว้บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย
 
เนื่องจากชาวบ้านกลัวว่าระดับน้ำมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ต.ปะกาฮารัง มีแม่น้ำปัตตานีที่ไหลผ่านเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย แต่ทั้งนี้ หลายหมู่บ้านและตำบลที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำจะได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นท่วมทุกปีในช่วงมรสุมฝนตกหนักของปลายปี โดยเฉพาะน้ำเหนือจำนวนมากที่ไหลบ่ามาจากต้นน้ำ จ.ยะลา ก็จะเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำปัตตานีระดับน้ำ 1-2 เมตร และบางจุดน้ำท่วมสูงถึงเกือบ 3 เมตร แม้ว่าในปีนี้ฝนตกน้อยในพื้นที่ จ.ปัตตานี แต่น้ำเหนือที่ฝนตกหนักจากต้นน้ำก็ทำให้ระดับในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นจนไหลบ่าลงปลายทางทะเลทาง จ.ปัตตานี ซึ่งก็ทำให้ทั้ง บ้านจางา บ้านปะกาฮารัง ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ และพื้นที่ ต.ปะกาฮารัง ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุดเนื่องจากทุกปีน้ำจะท่วมสูง 1-3 เมตร หากเกิดฝนตกหนัก
 
สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ปัตตานีฝนตกบางพื้นที่ ท้องฟ้าเปิด แต่เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดยะลาซึ่งมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณมวลน้ำที่มากที่ไหลเข้ามาในจังหวัดปัตตานี ซึ่งทำให้หมู่บ้านจางาที่ติดกับบริเวณริมสายแม่น้ำปัตตานีได้รับผลกระทบปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมในหมู่บ้านเกือบแทบทุกปี
 
นางสาวนูไรนี ดามิ อายุ 28 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านจางาเปิดเผยว่า พื้นที่ ต.ปะกาฮะรังมีน้ำท่วมสูงตลอดทุกปี ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้น ทำให้น้ำล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ลดลงบ้างแล้ว หากน้ำสูงมากกว่านี้ บ้านตนและครัวเรือนอื่นๆจะลำบากมาก จะไปมาไหนไม่ได้ ต้องใช้เรือ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ติดกับแม่น้ำปัตตานี เป็นพื้นที่ต่ำ และเป็นที่แห่งแรกในจังหวัดปัตตานีที่เกิดน้ำท่วม หลังจากแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม ตนได้มีการเตรียมพร้อมนำรถจักรยานยนต์ขึ้นพื้นสูง รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับคืนนี้คาดว่าน้ำจะสูงถ้าทะเลเกิดการหนุน ซึ่งได้มีทางภาครัฐกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0xmqLTaemPY