video_image

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อลิญญา มญีรักษ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า น้องสาวของตนอายุ 30 ปี ถูกสามีที่อยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน ทำร้ายโดยการใช้มีดทำครัวแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 แผล โดนลำไส้ถูกตัดไตทิ้ง กระเพาะอาหารทะลุบาดเจ็บสาหัส หัวใจหยุดเต้น 4-5 นาที หมอต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อกระตุ้นหัวใจนาน 6 ชั่วโมง แต่ปาฏิหาริย์มีจริงน้องสาวรอดจากความตายมาได้หมอบอกว่าโอกาสที่จะรอดมีแค่ 10%

 

ผู้บาดเจ็บตอนนี้ปลอดภัยแล้วออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ขอเลิกรากับนายบุญนาค (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และย้ายมาอยู่ที่บ้านพี่สาวที่บ้านควนลัง ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประมาณ 2 เดือน แต่นายบุญนาค สามีที่ก่อเหตุ พยายามขอคืนดีและขอให้กลับไปอยู่ที่บ้านใน อ.รัตภูมิ แต่ตนไม่ยอมกลับและขอเลิกรากันโดยเด็ดขาด 

 

ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง เขาแค่มาตามกลับบ้าน บอกกับตนว่าไม่ยอมเลิก ไม่รู้ว่าเขาพกมีดใส่กระเป๋ามาด้วย พอง้อไม่สำเร็จก็มีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะชักควักมีดออกมาแทงตน 1 ครั้ง ล้มลงจมกองเลือด ขณะนั้นยังมีสติอยู่ ท่าทางนายบุญนาคโมโหมาก

 

ตลอดที่คบหากันก็ทะเลาะกันเป็นประจำ ทุบตีตนบ่อยครั้งต่อหน้าลูก กล่าวหาว่าตนคนอื่น อยากบอกเขาว่าไม่ต้องขอโทษขอคืนดีและไม่ต้องมาคุยกันอีก ไม่อยากเจอหน้า หลังจากเกิดเรื่องเขาได้ส่งข้อความมาหาด่าว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะตน  ตอนที่ตนไปอาศัยอยู่กับสามีที่บ้านใน อ. รัตภูมิ ถูกซ้อมรุนแรงมากจนร้องไห้ ไม่ใช่แค่ตบดีธรรมดากระทืบด้วย ถึงขั้นปิดห้องซ้อมทำร้าย

 

นางสาวอลิญญา มญีรักษ์ พี่สาวของผู้บาดเจ็บ บอกว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ ปล่อยให้เวลาผ่านมานานเกือบครึ่งเดือน ต้องรอให้ผู้ก่อเหตุมาทำร้ายน้องสาวของตนอีกรอบจนตายหรอ ทำไมถึงปล่อยให้คนร้ายลอยนวลอยู่แบบนี้ทั้งที่คดีก็ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไร ตอนนี้ที่บ้านอยู่กันแบบหวาดกลัวโดยเฉพาะลูก ๆ ของน้องสาวที่โดนทำร้าย เพราะกลัวคนร้ายซึ่งเป็นพ่อของเขาจะมาจับตัวไป วิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายโดยเร็ว

 

ทั้งนี้ตนได้แจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ แต่คดีไม่คืบหน้ายังจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี ตอนนี้ไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน ตำรวจก็ไม่ติดต่อมาหาแจ้งความคืบหน้าทางคดี ทุกวันนี้น้องสาวอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวย้อนกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวเพราะมีแต่ผู้หญิงและเด็ก ๆ  ลูกไม่กล้าออกจากบ้านไปโรงเรียน กลัวพ่อมาจับตัวไปทำร้าย ก่อนหน้านี้ถึงขึ้นปิดประตูขังแม่ยาย พาลูกชายคนเล็กวัย 3 ขวบ ออกจากบ้านไปแต่ไม่เคยทำร้ายลูก

 

พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เผยว่า นายบุญนาค ผู้ก่อเหตุมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย มีปัญหาครอบครัวการใช้ชีวิตคู่ทะเลาะทำร้ายร่างกายภรรยาต่อหน้าลูกเป็นประจำ จนลูก ๆ หวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ฝ่ายชายไม่เคยสนใจลูกปล่อยให้ภรรยาเลี้ยงดูลูกคนเดียว ขณะที่ครอบครัวของผู้ก่อเหตุไม่เคยมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ โดยหลังเกิดเหตุแม่ของนายบุญนาค ได้ไปเยี่ยมอาการน้องสาวที่โรงพยาบาล ไม่ได้พูดอะไรเยี่ยมเสร็จก็กลับทันที

 

ด้านแม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของลูกสาว ไม่รู้จะหายเป็นปกติหรือไม่ หมอบอกว่าภายในบาดเจ็บมาก และกลัวว่านายบุญนาคจะมาทำร้ายซ้ำ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องกัน โดยลูกสาวได้หนีไปอยู่กับเพื่อน และนายบุญนา มาตามแต่ไม่พบ จึงขังตนไว้ในบ้านและพาลูกชายคนเล็กไป เพื่อจะให้กลับมา ส่วนตัวไม่ขอให้อภัยนายบุญนาค 

 

ขณะที่นายบุญนาค อยู่ระหว่างหลบหนียังไม่สำนึกยังความเคลื่อนไหวโพสต์เฟซบุ๊กปกติ ทำเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งที่เกือบฆ่าภรรยาตาย ระบุว่า “พยายามรักและรักษาดูแลคน ๆ หนึ่งมาตลอด แต่สุดท้ายเขากลับพยายามทำลายความรักที่ผมให้ไป ให้มันจบลงไป” อีกโพสต์ระบุว่า “ว่าผมไม่ดีลูกคุณดีพอหรือยัง ถ้าลูกคุณยังดีไม่พอหรือคิดว่าดีพอแล้วก็ค่อยมาว่าผมไม่ดี เข้าใจน่ะครับบ้าไปแล้ว”

 

ล่าสุดโพสต์ว่า “เป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องค้างสาย หรือพูดกันคุยกันตลอด 24 ชม. ก็ได้ ขอแค่ซื่อสัตย์ ไม่นอกใจ ไม่โกหก ไปไหนบอกไม่ใช่นึกจะไปก็ไป เพราะต่างคนต่างต้องมีหน้าที่ที่ต้องทำ ต่างคนต่างต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างแต่ก็ควรแบ่งเวลาให้กันบ้าง ไม่ใช่ไม่สนใจกันเลย เท่านี้ก็พอแล้วสำหรับการคบกัน” ยังมีอีกหลายโพสต์ตัดพ้อผิดหวังเรื่องความรัก ไม่แน่ใจหมายถึงภรรยาที่โดนทำร้ายหรือไม่

 

ทางคดี ร.ต.อ.จิรศักดิ์ วงสุริยะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ได้สอบพยานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานส่งศาล จ.สงขลา และศาลได้อนุมัติหมายจับนายบุญนาค ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kuxcHIZCR0A