video_image
เกาะติดประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่สปก.จัดสรรให้เกษตรผู้ยากไร้ที่ทำกินในหลายแง่มุม ทั้งกรณีการครอบครองที่ดินโดยมิชอบ และผลจากการจัดสรรให้เกษตรกร หนึ่งในนั้นคือที่ดินมากถึง 1024 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดิน สปก.ทั้งหมด แต่ถูกครอบครองโดยผู้ถือสิทธิ์เพียงรายเดียว ตอนนี้ที่ดิน ทั้ง 1024 ไร่ถูกสปก.ฟ้องจนชนะคดีแลยึดคืนมาได้ พร้อมกับจัดสรรให้ผู้ยากไร้ที่ทำกิน 85 ครอบครัวได้อาศัย 
 
 
ตอนนี้ที่ดินที่ สปก.ทั้ง 1024แปลง ที่เคยถูกครอบครองไว้เพียงคนเดียว ได้ถูกจัดสรรให้คนในพื้นที่ตำบลปากช่อง และพื้นที่อื่น ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสำนักงานสปก.ไว้ได้เข้าไปทำกินทั้งสิ้น 85 ครอบครัว 
 
 
โดยหน่วยงานรัฐหลายกระทรวงเข้าไปร่วมปรับปรุงพื้นที่ พร้อมมีมติจัดสรรให้แปลงที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 1ไร่ และแปลงทำกินครอบครัวละ 5 ไร่ ที่ดินที่เหลือจาก นั้นจะเป็นแปลงรวม และพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ชุมชนที่นี่ยอมรับว่า การจัดสรรที่ดินแบบใหม่นี้ แม้ยังไม่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่เห็นชัดว่าก้าวหน้า และคุณภาพชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากการได้วางแผนการใช้ประโยชน์จากที่ดิน จากที่หลายคนไม่เคยมีที่ดินมาก่อน
 
 
การทำเกษตกรรมของคนที่นี่ มีหลากหลาย ทั้งพืชผักที่ปลูกโดยวางแผนการผลิตและการส่งขายล่วงหน้า สำรวจตลาดที่เหมาะสม รวมถึงพืชอื่นๆเช่นดอกไม้ ซึ่งเหมาะสำหรับเมืองที่มีนักท่องเที่ยวอย่างปากช่องอย่างไรก็ตาม กว่าที่ดินแปลงนี้จะถูกยึดคืน
 
 
สปก.เป็นโจทก์ ฟ้องว่าจำเลยรายนี้ไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ที่สปก.รับมาจากกรมป่าไม้แล้วประกาศเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อมอบให้เกษตร เนื่องจากไม่พบว่าจำเลยได้ ยื่นคำร้อง เข้าทำประโยชน์ในโครงการปฎิรูปที่ดิน 
 
 
และแจ้งการถือครองเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ ที่สำคัญคือจำเลย เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตามมาตรา 4 ของพรบ.สปก.ปี2518 จึงให้จำเลย และบริวาณ ออกจากพื้นที่ ขณะที่อ้างสิทธิ์การซื้อที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ครอบครองเดิมที่ทำประโยชน์ และสืบทอดจากบิดา มารดา เป็นการซื้อโดยสุจริต 
 
 
ส่วนผู้เจ้าของที่ดินเดิมก็ยืนยันว่าครอบครองทำกิน ก่อนประกาศเขตปฎิรูปที่ดิน ทื่ดินไม่มีสภาพเป็นป่าและได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด ถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ และฏีกาพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น คือให้จำเลยออกจากพื้นที่ เพื่อคืนที่ดินให้ สปก.
 
 
กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน รัฐบาลใช้คำสั่ง คสช. เข้ายึดคืนที่ดินดังกล่าว ตามเงื่อนไขว่าเป็นที่ดินที่คดีสิ้นสุด และมีพื้นที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป และเริ่มจัดสรร ให้เกษตรเข้าอยู่ได้เม่อ 2 ปีที่ผ่านมาบุญเทิด คอนนอก เป็นหนึ่งในผู้ได้รับสิทธิ์ที่ดิน รวม 6 ไร่ นี่เป็นที่ดินแปลงแรก ที่ครอบครัวสามารถวางแผน ปลูก และเก็บเกี่ยวไปขายเอง จากเดิมที่ทั้งชีวิตมีรายได้จากการเป็นลูกจ้าง
 
 
การยึดคืนที่ดิน จากผู้ครอบครองที่ผิดเงื่อนไข แล้วนำไปจัดสรรใหม่ให้เกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน โดยนำเทคโนโลยี การตลาดและความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่มาใช้ ไม่เพียงส่งผลให้รักษาที่ดิน สปก.ไว้ได้ แต่ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น และสำหรับที่นี่ ได้กลายเป็นศุนย์การเรียนรู้ระดับอำเภอ และจะเป็นต้นแบบสำหรับการจัดสรรที่ดิน ที่ยึดคืนจากทุนแล้วส่งมอบให้เกษตรกร