video_image

ความคืบหน้า คดีฆาตกรรมอำพราง น.ส.กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ หรือ ต่อ เซลล์สาวขายปุ๋ย เจ้าของธุรกิจร้านเช่าชุดแต่งงานและร้านสเต็ก ถูกฆาตกรรมและนำศพมาทิ้งในรถเก๋ง และอำพรางศพทิ้งรถลงในคลองน้ำชัยนาท-ป่าสัก จ.สระบุรี  เป็นเวลานาน 3 ปี จนเหลือแต่โครงกระดูก

 

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.) นางลั่นทม วงษ์สิงห์ แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า ตอนนี้แม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าโครงกระดูกที่พบคือลูกสาวแม่ ตอนนี้เครียดเพราะไม่รู้ว่าใครทำลูก ซึ่งคนที่ทำจิตใจโหดเหี้ยมเกินคน แม่เชื่อว่าลูกตายจากที่อื่นก่อนจะนำศพใส่ในรถและมาทิ้งน้ำอำพราง

 

ก่อนเกิดเหตุ ลูกมาบอกแม่ว่า จะไปนอนที่บริษัทที่ทำงานเป็นเซลล์ขายปุ๋ย แห่งหนึ่งในจ.สระบุรี และจะมาเปิดร้านสเต็ก ตอนเช้าให้แม่ไปตลาดซื้อของเตรียมไว้ จากนั้นก็หายไปไม่มีเบาะแสร่องรอยให้ติดตามจนมาพบเหลือแต่กระดูกอยู่ในรถของตัวเอง

 

ที่ผ่านมาได้ออกติดตามหาลูก แม่พึ่งพาทุกอย่างทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตำรวจกองปราบและหน่วยงานทุกหน่วยที่ตามหาคนหาย แต่ก็ไม่พบ เวลามีข่าวพบศพ หาคนหาย หรืออุบัติเหตุรถต่างๆแม่ก็ดูจนเครียด ช่วงแรกไปหาทั้งกล้องวงจรปิดและหลักฐานเชื่อมโยงต่างๆแต่ก็ไม่พบ มีเพียงที่บริษัทขายปุ๋ยที่ลูกไปนอน

 

พบว่ากล้องวงจรปิดจับภาพได้ วันที่ 12 พ.ย.2559 ตอน 03.00 น. ลูกขับรถเก๋งออกไป โดยภาพมองไม่เห็นว่าไปกับใคร แม่สอบถามจากคนสนิทของลูกบอกว่า ลูกจะไปแต่งหน้าลูกค้าที่รับงานแต่งหน้าเจ้าสาวไว้ ตอนนั้นแม่ก็แปลกใจว่ารับงานไว้ทำไมไม่บอกแม่ และยังพบว่าอุปกรณ์แต่งหน้าต่างๆยังอยู่ครบ จากนั้นแม่ก็ออกตามหาลูกมาตอลดแต่ไม่เจอ

 

ส่วนสาเหตุที่ลูกถูกฆาตกรรมโหดเหี้ยมนั้น แม่บอกลูกไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร เป็นคนขยันทำมาหากิน ตั้งแต่เลิกรากับอดีตสามีก็ทำงาน มุ่งมั่นหาเงินเลี้ยงลูกดูแล

 

ส่วนจะมีปัญหาปากเสียงกับชายสูงวัยคนสนิท หรือเสี่ยคนหนึ่งหรือไม่นั้น แม่ไม่ขอพาดพิง แต่ทุกอย่างตร.มีข้อมูลแล้ว หลังเกิดเหตุลูกหาย แม่ก็ยังได้รับการติดต่อกับชายสูงวัยคนนี้ แต่วันที่เกิดเหตุพบโครงกระดูก ยังไม่ได้พูดคุยกัน แม่อยากขอให้ตำรวจ จับคนที่ฆ่าลูกแม่ให้ได้ คนที่ฆ่าโหดร้ายเกินคน

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปยังโรงงานจุดที่พบว่าผู้ตายขับรถออกมา ก็เป็นโรงงานปุ๋ยชื่อดัง และเสี่ยรายนี้ก็ยังอยู่ที่โรงงานแต่ไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ ผู้สื่อข่าวสอบถามพนักงานในโรงงาน ระบุว่า ที่โรงงานนี้ไม่มีที่พักพนักงาน แต่จากการสำรวจพื้นที่ พบว่าโรงงานแห่งนี้ ด้านหลังเป็นคล้ายโกดังเก็บปุ๋ย ด้านหน้าเป็นออฟฟิศ และมีลักษณะคล้ายบ้านหลังใหญ่ สองชั้นอยู่ภายในพื้นที่โรงงานด้วย

 

และจากการตรวจสอบเส้นทางจากโรงงานแห่งนี้ ไปยังจุดที่พบรถจมน้ำมีระยะทางห่างกันเพียง 10 กิโลเมตร และเส้นทางนี้ทางครอบครัวผู้ตายยืนยันว่า ผู้ตายไม่เคยมาใช้เส้นทางนี้ เพราะเป็นทางรองและเวลากลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว

 

สำหรับคดีนี้ ยังคงเป็นที่สงสัยว่า ระยะเวลา ถึง 3 ปี ไม่เคยมีใครพบเห็นรถคันนี้จมน้ำเลย โดยบริเวณที่พบคือ คลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก  หมู่ 1 ต.บ้านโปร่ง อ.หนองโดน ตามปกติจะมีชาวบ้านมานั่งตกปลาเป็นประจำตลอดทั้งวัน แต่ไม่เคยมีใครเห็น

 

ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายสรุเดช ปรางค์ทอง อาสาสมัครร่วมกตัญญู คนที่เข้าไปกู้ซากรถและพบศพผู้ตาย เล่าว่า สภาพรถที่พบคือ หงายท้องล้อชี้ฟ้า ตอนที่ดำน้ำลงไป พบว่า เกียร์รถอยู่ที่ตัวเอ็น กระจกหน้ารถแตก สภาพเบาะที่นั่งก็ปกติ  ครั้งแรกก็คิดว่าคงเป็นอุบัติเหตุรถตกน้ำ เพราะจุดนี้ก็เคยมีรถไหลตกน้ำมาก่อน แต่ต้องตกใจ เพราะเจอห่อผ้าที่เบาะหลัง

 

ภายในมีโครงกระดูก พอกู้ซากรถขึ้นมา ก็พบว่าในห่อผ้านั้นเป็นโครงกระดูก มีเสื้อผ้าติดอยู่เป็นชุดนอนผ้าซาติน และกางเกงชั้นในสีดำ โดยลักษณะผ้าปูที่ห่อศพ มีการมัดปมคล้ายกับการห่อศพแต่ผูกปมแค่ฝั่งเดียว ที่โครงกระดูกยังมีร่องรอยเทปกาวตกอยู่ คาดว่า อาจจะมีการใช้เทปกาวนี้มัดหรือปิดปาก แต่พอศพย่อยสลายไปก็เหลือแต่เทปกาวกองอยู่ และที่น่าแปลกใจ คือ บริเวณห่อศพมีวัถตุคคล้ายปูนเป็นก้อนขาวๆ กองอยู่

 

โดยคลองชลประทานนี้ ตามปกติจะมีระดับน้ำสูงและไหลเชี่ยงแรง ตั้งแต่ปี 59 มาระดับน้ำก็ยังสูง จนมาปีนี้น้ำแห้งลดลงมาก จึงเห็นรถจมในน้ำ

 

ส่วนเส้นทางถนนเรียบคลองชลประทาน พบว่าเป็นถนนลาดยาง ใกล้กับจุดพบรถจมน้ำ จะมีสะพานและข้างๆสะพาน จะมีทางคอนกรีตคล้ายกับเป็นท่าน้ำลงไปยังคลอง และรอบๆข้างก็เป็นป่าที่มีทางลาดชัน หากจะมีรถไหลลงไปยังคลองก็คาดว่าจะเป็นจุดนี้ เพราะเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ต้นไม้ต่างๆไม่มีเป็นทุ่งหญ้าและระดับน้ำสูงหากรถของผู้ตายไถลลงจากจุดนี้ก็เป็นไปได้

 

ทางด้าน พ.ต.อ.อมร ศรีทุนะโยธิน รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดี โดยยังไม่ ยืนยันว่าปมการฆาตกรรมครั้งนี้เกิดจากเรื่องใด แต่จะมีการเรียกบุคคลใกล้ชิดผู้ตาย รวมทั้งชายสูงวัย มาสอบปากคำอีกครั้ง ซึ่งคดีนี้ยอมรับว่าหลักฐานตายๆถูกทำลายไป แต่ตำรวจเชื่อว่า มีหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์จะสามารถช่วยคลี่คลายคดีนี้ได้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JoQrGRSF51Q