video_image
ดีเอสไอ ยังไม่ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีแชร์ฟอร์เร็กซ์ทรีดี และเตรียมปิดยอดผู้มาแสดงตัวเป็นผู้เสียหานในคดีภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ล่าสุดยึดทรัพย์มาได้แล้วกว่า 743 ล้านบาท
 
 
รถยนต์หรูจำนวน 7 คัน รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท ถูกเจ้าหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตรวจยึดอายัดมาตรวจสอบหลังจากพบว่า อยู่ในความครอบครองของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่กระทำควาผิดในคดีแชร์ ฟอร์เร็กซ์ทรีดี ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษไว้สอบสวนแล้ว 
 
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การตรวจยึดทรัพย์สินครั้งนี้เป็นการยึดทรัพย์ครั้งที่ 3 แล้ว โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ยึดทรัพย์มาได้แล้วกว่า 700 ล้านบาท รวมขณะนี้ยึดทรัพย์สินมาได้แล้วกว่า 743 ล้านบาท 
 
นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า ทรัพย์สินที่ยึดมาได้นั้น เชื่อว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับกับบุคคลใด สำหรับผู้เสียหายในคดีลงทะเบียนกับดีเอสไอแล้ว 11,565 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,585 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีผู้เสียหายมาให้ปากคำแล้ว 1,739 คน และจะสิ้นสุดการให้ปากคำในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ซึ่งหากไม่มีผู้มาแสดงตัวให้ปากคำอีก ดีเอสไอจะปิดรับผู้เสียหายไว้เท่านี้ก่อน เพื่อที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป และเฉลี่ยทรัพย์สินที่ยึดมาได้ให้กับผู้เสียหายก่อน 
 
ขณะที่ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ คาดว่าภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ จะมีผู้เสียหายมาพบเจ้าหน้าที่รวมแล้วกว่า 3,000 คน และจะสามารถยึดทรัพย์ได้อีกรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายที่เหลือสามารถไปยื่นแจ้งความเสียหายได้ที่สำนักงาน ปปง.ได้ต่อ เพราะดีเอสไอต้องสรุปสำนวนส่งดำเนินคดีแล้ว