video_image
จากรณีที่ชาวบ้านกว่า 50 คน รวมตัวขับไล่พระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาสเขาชะอางค์ ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง หลังทางเจ้าอาวาสมีคำสั่งนำรถแบ็คโฮ มาไถเจดีย์ที่เป็นที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าชิ้นไหนเป็นญาติใคร โดยไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า
 
จากนั้นชาวบ้านได้ไปร้องขอความเป็นธรรมกับ นางวิภาวี แดงท่าขาม นายอำเภอบ่อทอง ที่กำลังจัด เลี้ยงเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่ศาลาวัดแห่งนี้ พร้อมส่งเสียงโห่ไล่เจ้าอาวาสบอกให้สึกออกจากการเป็นเจ้าอาวาส
 
ล่าสุดวันที่ 29 พ.ย. รายการโหนกระแสได้สัมภาษณ์เปิดใจชาวบ้านผู้เสียหาย ถึงประเด็นดังกล่าว 
 
พี่ฝน เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น?
ฝน : "เราไปเห็นกองกระดูกเรี่ยราด เราอยู่ต่างอำเภอกับแม่ วัดที่เกิดเหตุวัดเขาชะอางค์ เห็นเขาแชร์มาในเฟซบุ๊ก มันวางอเน็จอนาจมาก ขอโทษนะคะ ถ้าเป็นพ่อแม่คุณหนุ่มจะรู้สึกอย่างไร"

เอากระดูกใครไปเก็บไว้ที่นี่?
ฝน : "พ่อค่ะ"

ลุงศักดิ์ : "แม่ แม่ยาย น้องชาย"

แน่งน้อย : "กระดูกสามี เก็บไว้ 7-8 ปีได้"

นุ้ย : "คุณพ่อ เป็นผู้บุกเบิกก่อสร้างวัดนี้ขึ้นมา เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของที่นี่คนแรก ตอนนี้ไม่รู้กระดูกอยู่ไหนแล้ว มันกองรวมกันดินหมดแล้ว"

เรื่องของเรื่องเจ้าอาวาสจะปรับทัศนียภาพ บอกว่ามันน่ากลัว แต่ท่านบอกแจ้งไปแล้ว 5 ปีให้ย้ายกระดูก ท่านแจ้งมั้ย?
ฝน : "ไม่ได้แจ้ง ต้องถามว่าแจ้งแบบไหนล่ะ แจ้งลอยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ ไม่มีลายลักษณอักษร์ ว่าจะยินยอมมั้ย เรายังไม่ทันยินยอม มีแต่ท่านกล่างอ้างว่า 5 ปี 10 ปี"

ศักดิ์ : "ไม่เคยได้ยิน"

แน่งน้อย : "เขาบอกว่าอยู่ไปได้ชั่วลูกชั่วหลาน ก็เลยตัดสินใจเช่าที่ดินไป 1 พันบาท  เขาบอกว่าบูรณะเข้าวัดเฉยๆ จ่ายครั้งเดียว ให้สามีอยู่ที่นั่น เลยให้ลูกซื้ออิฐซื้อทรายซื้อเจดีย์มาเลย เดี๋ยวจะทำ 100 วันพ่อ ก็ไม่มีอะไรมา ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ก็เพิ่งมารู้ อยู่ก็ไม่ห่างกันเท่าไหร่ ไม่เคยบอกให้ไปรื้อ วันพระที่แล้วก็ไปทำบุญที่วัด ท่านไม่ได้บอกว่าย้ายเจดีย์ ยังไปพูดเล่นๆ กับผีว่าขอหวยบ้างสิ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ลูกมาบอกว่าให้ไปดูพ่อ พ่อทิ้งไปแล้ว ป้าไปถึงก็เลยบอกว่าทำไมทำแบบนี้ จะทำอะไรทำไมไม่บอกบ้าง ก็ไปตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ไม่รู้ใครได้ยิน ก็ไปบอกหลวงตา ก็ถามหลวงตาทำไมไม่บอก จะได้ย้ายผัว เขาบอกว่าบอก 7-8 ปีแล้ว  เราก็เถียงว่า 7-8 ปี ใครจะมานั่งจำ พระบอกว่าปากดีจะฟาดซะเลย ก็โมโห ถามมึงจะอยู่วัดนี้มั้ย"

พระไม่ตกใจเหรอ?
แน่งน้อย : "ก็โมโห จะเอาไม้ตี แต่ลูกชายเอาโทรศัพท์เข้าไป ก็บอกขอคุยกับหลวงตา หลวงตาบอกว่าอย่าไปสนุกคนเดียวที่นั่น ให้มาสนุกที่นี่ เดี๋ยวสนุกกว่านี้ พููดทางโทรศัพท์ เราก็อ้าว หลวงตา มึงท้าทายลูกเหรอ ป้าปกติเป็นคนกินสุรา แต่วันนั้นไม่ได้กิน พอดีลูกเขามาเอาไม้ขึ้นรถ เราก็แยกย้ายกันไป ไปหาตร.ที่โรงพัก ตร.ให้ไปแจ้งที่บ่อทอง"

ตอนนี้กระดูกรวมกับใครไม่รู้?
แน่งน้อย : "ไม่รู้ เพราะเราไม่ได้เก็บเอง"

นุ้ยรู้เหตุการณ์นี้ได้ยังไง?
นุ้ย : "พี่ข้างบ้านเขามีกระดูกคุณพ่อเขาอยู่ เขาไปเติมน้ำมันรถ ขับรถผ่านตรงนั้นพอดี เขามองไปทำไมมันว่างเปล่า รถแบ็กโฮมาทำอะไร เขาขี่มอเตอร์ไซค์มาดู ปรากฎว่าแบ็กโฮกำลังเทเจดีย์"

กี่กระดูก?
ฝน : "สัก 50 ตอนเช้ายังมีร้องไห้มาอีก ตอนเดินทางอยู่หน้าโรงพัก น่าสงสารมาก เขาบอกว่าเดินทางมาจากบุรีรัมย์ ทำงานอยู่อบต. บอกว่าจะไปเอาเถ้ากระดูกแม่ได้ที่ไหน เราบอกว่าตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้แล้ว บอกไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะบอกยังไง แกก็เอาแต่ร้องไห้ แล้วจะทำยังไงดี"

ตัวพี่เอง พอเขาไถพี่ก็โวยวาย?
ฝน : "ถ้าเป็นคุณหนุ่มโวยวายมั้ยเล่า"

พี่โกรธจัด?
ฝน : "โกรธจัด พอเราพูด เขาว่าพูดให้ดีๆ นะโดนข้อหาหมิ่นประมาท เราพูดอะไรไม่ได้เลยเหรอ ขอโทษนะ ถ้าเป็นพ่อแม่พวกคุณ แน่จริงเอากระดูกพ่อแม่มากองรวมกันมั้ย เอามาเลย ไอ้คนที่บอกว่าอย่าพูดอะไร พูดแล้วจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท"

โซเชียลตีกลับเขาบอกว่าทำไมทำตัวแบบนี้?
ฝน : "เขาว่าทำตัวเหมือนโสเภณี งงค่ะ เป็นกระดูกพ่อแม่มึงล่ะ อย่าดูนะลูกนะ อันนี้แม่สุดกลั้นจริงๆ ที่จริงแม่เรียบร้อย ถ้าเป็นกระดูกพ่อแม่มึง มึงจะเป็นเหมือนกูมั้ย ไม่ได้อยากทำ มันอนาจมากเลยนะ"

หมาคาบกระดูกไปจริงเหรอ?
ฝน : "โหย มันเรี่ยราด พอเราไปเจอครั้งที่สองเก็บเรียบร้อย ตอนนี้ยังไม่รู้เลยกระดูกไปอยู่ไหน กระดูกหายหมดเลย เพราะเขาเก็บไปเรียบร้อย"

รอบแรกไถเจดีย์ พอโวยวาย ไปดูอีกทีกระดูกหายหมด?
ฝน : "ไม่รู้เขาเอาไปไหน ไม่รู้เป็นใคร เขาบอกไปคัดเอา ถ้าเป็นลูกต้องจำของพ่อของแม่ได้ แหม เอากระดูกหมากับกระดูกคนมารวมกันบางทีเรายังงงเลย นียังรวมอยู่เลย"

ใครพูด?
ฝน : "เจ้าอาวาส มีนายอำเภอมาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้เรา เขาก็ถามว่าตอนนี้ต้องการอะไร ตอนแรกเราต้องการให้หลวงตาสึกไปเลย ทำขนาดนี้ เรายังมีจิตเมตตา หลวงตาเป็นพระไม่มีจิตเมตตา กระดูกต่อสู้ไม่ได้"

หลวงตาไม่ได้แจ้งก่อน ยืนยันใช่มั้ย?
ลุงศักดิ์ : "ยืนยัน"

ฝน : "ยืนยันค่ะ"

แล้วที่บอก 7 ปีก่อน?
ฝน : "แต่เขาไม่ได้กำหนดวันไง ถ้าคุณจะทำอะไรก็ได้เราไม่คัดค้าน ถ้าห่อแล้วเขียนชื่อ เก็บให้เรา คุณจะทุบอะไรก็ได้ไง"

ปกติหลวงตารูปนี้ชาวบ้านนับถือมั้ย?
แน่งน้อย : "(ถอนหายใจ) ก็ไม่ค่อยมีใครศรัทธาเท่าไหร่ รอบวัดไปทำบุญวัดอื่น ทำแต่ส่วนน้อย"

ทำไมถอนหายใจ?
แน่งน้อย : "พูดยากเนาะ"

พี่ศักดิ์ เกือบถูกหลวงตาตีเอา?
ลุงศักดิ์ : "เขาขยับไม้เท้า ก็เอารถแบ็คโฮไปพังเจดีย์เสียหาย ผมก็ถามว่าท่านจะอยู่ที่นี่หรือไง ที่ไปรื้อเจดีย์ออก"

ไปแขวะท่านว่าที่รื้อกระดูกเพราะอยากอยู่ที่นี่แทนหรือไง ท่านทำยังไง?
ลุงศักดิ์ : "ก็ขยับไม้"

ถ้าหลวงตาดีทำไง?
ลุงศักดิ์ : "ก็สวนสิ ผมสิ้นศรัทธามานานแล้ว"

วันนี้ทำยังไง ตามกระดูกก็ไม่เจอ หายไปหมดเลย?
ฝน : "เรารู้แล้วล่ะ เราคุยกันแล้ว เรายังมีจิตเมตตา ท่านไม่อยากสึก ตอนแรกเราให้ท่านสึก เราก็ขอให้ท่านย้ายออกจากที่นี่ไป เพราะเราก็ไม่อยากจะสร้างบาปต่อ เพราะทุกคนก็ตกลงกันว่าถ้าแกไม่อยากสึก ก็ให้ไปแสวงบุญที่อื่นเพื่อเยียวยาจิตใจของเรา แสดงควาารับผิดชอบ เพราะต่อให้แกเอากระดูกมากองแล้วแยกให้เรา ความเป็นจริงมันไม่ได้ไง ไม่ใช่เราไม่มีเหตุผลซะเลยทีเดียว"

คนบอกว่าจะยึดติดอะไรนักหนา คนก็ตายไปแล้ว น่าจะปลง?
ฝน : "มีคนพูดว่ายัยป้าคนนี้ยึดติดกระดูก งั้นก็เอากระดูกพ่อแม่มึงมากองรวมแบบนี้สิ ทำเลยสิ เราจะได้ไม่ยึดติดไปด้วยกัน มาเลยไอ้ที่พูด"

นุ้ยล่ะ?
นุ้ย : "ก็กราบไหว้ทุกปีค่ะ ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว ก็ตกลงกันว่าเอาไปลอยอังคาร แต่ไม่รู้ของใครเป็นของใคร ตอนนี้เราไม่เห็นแล้วว่ามันอยู่ที่ไหน"

ใครเอาไป?
ฝน : "ต้องไปสืบอีกที แล้วขอทางวัดว่าให้ช่วยทำบุญใหญ่"

กระดูกที่หายไป ใครเป็นคนจัดการ?
ฝน : "ไม่รู้เลย เพราะพอจะพูดมากก็โดนหมิ่นประมาท ใครเป็นใครเราไม่รู้"

มีคนบอกถ้าไปโวยวายมากเดี๋ยวจะฟ้องหมิ่นประมาทเรา ทั้งที่ไถกระดูก?
ลุงศักดิ์ : "ส่วนนึงเขาเก็บมาให้ผมแล้ว ผมไม่ติดใจ แต่ทำไมถึงไม่บอกไม่กล่าว ของแม่ยายหายไป ที่ได้มาเป็นของน้องชายกับแม่ รู้เพราะผมไปดูทุกปี จำได้ มันอยู่ในโกฐ"

คนอื่นจำได้มั้ย?
นุ้ย : "จำไม่ได้ค่ะมันแตกบ้าง โดนเหยียบแบนไปหมดแล้ว แม่ก็อยู่จันทบุรีกับพี่สาว เราก็หวังว่าเผื่อแม่เขาจำได้ เพราะเราเป็นรุ่นลูก เช้ามาจะพาแม่ไปดู เขาเก็บไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้"

ตอนนี้ท่านย้ายที่ไปแล้ว?
ฝน : "มีคนมาไกล่เกลี่ย บอกว่าสึกท่านไม่ได้เพราะไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น มีคนเมตตาท่านอยู่ เราเห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ เต็มที่ก็ขอให้ย้ายไปที่อื่น เรารู้อยู่แล้วต่อให้เราดิ้นแค่ไหน ต้องยอมโดยปริยาย ก็อยากให้ทำบุญใหญ่ให้เรา สร้างอยู่ร่วมกันเลย เพราะเราก็อยากมีไหว้กันอยู่ แล้วเดี๋ยวจะมาติดรูป จะทำบุญกับใครก็เรียกเอา ก็ร่วมชะตากรรมกันแล้ว"