video_image
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เผยเหตุลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการเมืองกำลังประสบปัญหาลัทธิชังชาติ จึงต้องการออกมาร่วมปราบกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกรู้ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์เสมอ ขนาดหายใจยังรู้เลย
 
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาขาติไทย และ มรว.จัตุมงคล โสณกุล นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคให้การต้อนรับ โดย นพ.วรงค์ สมัครจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรค 3,650 บาท ซึ่งเป็นการสมัครแบบตลอดชีพ ก่อนที่จะสวมเสื้อพรรครวมพลังประชาชาติไทย อย่างเป็นทางการ
 
โดยนายสุเทพ กล่าวว่า ทันทีที่ได้ยินข่าวว่า นพ.วรงค์ จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ตนจึงทำหน้าที่เป็นฑูตพิเศษทาบทามนพ.วรงค์ ซึ่งในขณะนั้น นพ.วรงค์ ก็ชอบพรรครวมพลังประชาชาติไทยอยู่แล้ว คล้ายกับพรหมลิขิตนำพา ทั้งนี้ นายสุเทพพูดติดตลกว่า พรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนไหนอย่างไรทราบตลอด เพราะเคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตยเคลื่อนไหวอย่างไร แม้หายใจตนก็ได้ยิน
 
ทั้งนี้ นายสุเทพ เตรียมเสนอให้ นพ.วรงค์ ทำหน้าที่จัดตั้งสาขาพรรคทั่วประเทศ เพราะการทำงานการเมืองในอนาคตอุดมการณ์และความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญ จึงจำเป็นต้องให้นพ.วรงค์ ทำหน้าที่นี้
 
นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังระบุถึงกระแสข่าวเรื่องการรับ นพ.วรงค์ เข้ามาในพรรค ว่า ไม่ใช่การเชิญมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน ม.ร.ว.จตุมงคล ยืนยันว่า ม.ร.ว.จตุมงคล จะเป็นหัวหน้าพรรคไปจนครบ 4 ปี รวมถึงจะอยู่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไปจนจบสมัย เช่นเดียวกับตำแหน่งเลขาธิการพรรค ก็จะเป็นคนเดิมจนกว่าจะมีการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรค ซึ่งประชุมทุก 4 ปี ดังนั้นโอกาสในการมารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคจึงเป็นไปได้ยาก
 
ขณะที่ นพ.วรงค์ ระบุว่า รู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับของพรรคมาก โดยกล่าวติดตลกว่า หากรู้ว่าอบอุ่นขนาดนี้คงมานานแล้ว พร้อมเล่าการตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่าหลังการเลือกตั้งปัญหาการเมืองเปลี่ยนแปลงไปมากจากการทุจริตเชิงนโยบาย เป็นกฎหมายล้างผิดสร้าง ซึ่งตนเองทนไม่ได้ จึงเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อบอกว่า ในประเทศมีปัญหาเรื่องลัทธิชังชาติที่พยายามปลุกปั่นเยาวชน สร้างความเกลียดชัง ย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีตลอดมา และไม่มีความขัดแย้ง พร้อมฝากถึงคนของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเราไม่ควรทะเลาะกัน และอนาคตต้องพึ่งพากัน เพราะประเทศมีปัญหาหลากหลาย
 
สไตล์ของผมไม่เหมาะกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เหมาะกับการออกไปปราบลัทธิชังชาติกับพรรครวมพลังประชาชาติไทยมากกว่า และเชื่อว่าเพื่อนในพรรคประชาธิปัตย์ จับตาดูการย้ายพรรคของตัวเองอยู่ หากเห็นว่าการย้ายพรรคมีประโยชน์ก็อาจจะมีคนตามมา ส่วนการต่อสู้กับลัทธิชังชาติ ที่ตั้งใจจะมาทำ ย้ำว่าจะไม่ใช้กำลังแต่จะใช้สมองในการต่อสู้
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/7Gwz4O2h2W4