video_image
กรณีครอบครอบที่ดิน กว่า 1,700 ไร่ ของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ล่าสุด กรมป่าไม้ เเละสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. จะเข้าทำการรังวัดเเนวเขตที่ดินอย่างละเอียดทุกเเปลง ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่หัวหน้าพรรครักผืนป่าประเทศไทย ให้ความเห็นเรื่องนี้โดยมองว่า กรมป่าไม้สามารถเเจ้งดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานบุกรุกป่า หากพิสูจน์ได้ว่ามีการครอบครองทำประโยชน์ ก่อนประกาศเขต ส.ป.ก. ส่วนนางสาวปารีณา ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามในเรื่องนี้ เเต่ก็พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ 
 
 
กลายเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงเเละวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง เมื่อนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เเสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เเละพบว่านางสาวปารีณา มีที่ดินทั้งที่อ้างเป็น ส.ป.ก. เเละ ภบท.5 อยู่ในการครอบครอง จำนวนกว่า 170 รายการ รวมเนื้อที่ประมาณ 1,706 ไร่ นำมาสู่การตั้งคำถาม ได้มาโดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ เนื่องจากที่ดิน ส.ป.ก. มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาชนไร้ที่ทำกิน เเละผู้ที่จะได้สิทธินั้น ตามระเบียบระบุไว้ชัดเจน ต้องครอบครองทำประโยชน์ รายละไม่เกิน 50 ไร่ 
 
 
ส่วนที่ดิน ภบท.5 ตามประมวลกฏหมายที่ดิน ไม่ถือเป็นเอกสารสิทธิ ไม่สามารถอ้างกรรมสิทธิ หรือซื้อ-ขายเปลี่ยนมือผู้ครอบครองได้ คำถามต่อมาคือ ภบท.5 ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. มีที่มาอย่างไร เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานบุกรุกป่าหรือไม่ 
 
 
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องนี้กับ น.ส.ปารีณา เพื่อชี้เเจงเเละทำความเข้าใจให้สังคมได้รับทราบข้อมูล ที่อาจบิดเบือนหรือคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง เเต่เธอปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถาม ก่อนที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะขึ้นมาตอบข้อซักถามบนโพเดี้ยม
 
 
เพื่อดูว่าที่ดินมีสภาพเป็นอย่างไร ข่าว 3 มิติ จึงมุ่งหน้าเข้าไปในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เลี้ยวขวาจากถนนใหญ่ เข้าไปในซอยข้างอนามัยบ้านหนองไผ่ ลึกไปตามลูกรังประมาณ 1 กิโลเมตร ที่นี่คือที่ตั้งฟาร์มไก่ ของนางสาวปารีณา ที่เคยยื่นเเสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. 
 
 
ที่ดินเเปลงนี้อยู่ติดกับชายป่า ก่อสร้างโรงเรือนทำเป็นฟาร์มปศุสัตว์ รถบรรทุกยังวิ่งเข้า-ออก ตลอดทั้งวัน บริเวณทางเข้าไม่มีป้ายหรือประกาศใดๆจากหน่วยราชการ มีเพียงป้ายห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาตติดไว้บริเวณรั้วกั้น ชาวบ้านที่เข้ามาซื้อขี้ไก่บอกว่าตามข่าวนี้อยู่ตลอด เเต่ที่ผ่านมาก็ยังทำมาหากินกันตามปกติ 
 
 
 
นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักผืนป่าประเทศไทย ซึ่งเป็นอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ในฐานะหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล เเละผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาตลอด ให้ความเห็นว่า กรณีดังกล่าวรัฐบาลจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะนี่คือนโยบายหลัก ที่ขับเคลื่อนมาตั้งเเต่รัฐบาล คสช. กรมป่าไม้สามารถเอาผิดเเละดำเนินคดีอาญาได้ หากพิสูจน์ได้ว่าที่ดินนั้นครอบครองก่อนประกาศเขต ส.ป.ก. 
 
 
ขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุด หลังจากตั้งคณะทำงานได้รวบรวมข้อมูล เเละประสานความร่วมมือกับ ส.ป.ก. โดยวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปรังวัดเเนวเขตอย่างละเอียดทุกเเปลง เพราะการจะเข้าตรวจยึดดำเนินคดี จำเป็นต้องมีหลักฐานเเละเเนวเขตที่ชัดเจน นอกจากผู้ครอบครอง สิ่งที่จะต้องสืบสวนขยายผลต่อไป คือมีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเกี่ยวข้องรู้เห็น หรือมีผลประโยชน์อื่นใดด้วยหรือไม่