video_image

ปทุมธานี-กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุชายวัยรุ่น 2 คน พร้อมอาวุธเหล็ก และหมวกกันน็อกทำร้ายร่างกาย รปภ. รายหนึ่งจนล้มลงไปกองกับพื้น และยังมีการเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง โดยมีวินจยย. หลายคนเข้ามาห้ามปราม และช่วยเหลือ รปภ.ที่ถูกทำร้าย เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณประตูเชียงราก 1 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

 

ต่อมานายสุชาติ สุดสระ อายุ 54 ปี รปภ.ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ผู้ถูกทำร้าย ได้เดินทางเข้าพบตำรวจสภ.คลองหลวง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในการรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีในการออกหมายจับผู้ก่อเหตุ

 

โดยนายสุชาติให้การว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 18.00 น.วันที่ 17 พ.ย. ที่บริเวณประตูเชียงราก 1 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ขณะตนปฏิบัติหน้าที่ ได้กล่าวตักเตือนผู้ขับขี่วินรถจยย.รับจ้างที่เข้าออกในภายมหาวิทยาลัยและไม่สวมหมวกนิรภัยว่า ในมหาวิทยาลัยมีมาตรการรณรงค์ความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ผู้ที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกคน

 

ซึ่งคาดว่า คงสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ก่อเหตุทั้งสอง ซึ่งเป็นวินจยย.อยู่บริเวณดังกล่าว จึงเข้ามาทำร้ายตน ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ว่ากล่าวตักเตือนไปหลายครั้ง แต่มันเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติก็จะโดนเรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

หลังจากกล่าวตักเตือน ทั้งสองคนได้ขับรถออกไปจอดด้านนอกรั้วมหาวิทยาลัย แล้วเดินเข้ามาพร้อมด้วยท่อนเหล็กและหมวกนิรภัย ก่อนจะเข้าผลักและทำร้ายตนเองด้วยการเตะต่อย และทุบตี ก่อนที่จะมีรปภ.และวินจยย.รับจ้างคนอื่นๆ มาช่วยห้ามปรามหลังเกิดเหตุตนถูกนำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบว่า มีบาดแผลศีรษะแตกเย็บ 2 เข็ม ปลายคางฝั่งซ้าย และลำตัวฝั่งซ้ายฟกช้ำ นอนรักษาตัวที่ รพ. 1 วัน และต้องไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อดูอาการ

 

ด้านพยานที่อยู่วินเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอาร์มและนายบอล เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วินนี้ได้ไม่ถึงเดือน วันเกิดเหตุเห็นทั้งคู่ถอดเสื้อวินออกก่อนนายอาร์มจะคว้าท่อนเหล็ก ซึ่งเป็นด้ามร่มสนาม และนายบอลถือหมวกกันน็อก เดินไปหารปภ. และลงมือทำร้าย ทุบตีโดยตนและเพื่อนวินได้เข้าไปตะโกนห้ามปราม แต่ทั้งสองไม่ฟัง กระทั่งรปภ. ล้มลงไปกองกับพื้น ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือซึ่งขณะนั้น รปภ. รายดังกล่าวยังไม่หมดสติ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.

 

ส่วน ลุงรปภ.คนดังกล่าว มักว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่เป็นประจำอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้ด่าทอ หรือพูดจารุนแรง แต่อาจจะพูดเสียงดังไปบ้าง เพราะรถสัญจรไปมาเยอะ ทำให้ต้องพูดเสียงดังกว่าปกติ ซึ่งพวกตนก็เคยถูกตักเตือนเช่นกัน แต่ไม่คิดอะไร เพราะเขาทำไปตามหน้าที่

 

นอกจากนี้มีพลเมืองดีให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้นายอาร์ม และนายบอล เคยมีเรื่องกับ รปภ.ของมหาวิทยาลัยอีกคนหนึ่งมาแล้ว โดยมีปากเสียงกันรุนแรง แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกายกัน ทั้งนี้นายอาร์ม มักมีเรื่องกับคนอื่นๆเป็นประจำ จนทุกคนในละแวกนี้รู้ถึงพฤติกรรมดี อีกทั้งนายอาร์มยังเป็นญาติของอดีตนายทหาร ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลคุมวินย่านนี้ทั้งหมด ทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าเสื้อวินเดือนละ 1,500 บาท/คน เป็นที่เดือดร้อนอย่างมาก

 

ด้านตำรวจระบุ ขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งใบรับรองแพทย์ เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีในการออกหมายจับ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ประกบตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองคนแล้ว หากศาลอนุมันติหมายจับจะได้จับกุมตัวได้ทันที

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OFqbtz-3h0o