video_image

จากกรณี น.ส.พรธิดา ชำนาญเวช เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระประแดง ว่า นายวิจักร วรรณประสิทธิ์ แฟนหนุ่ม ยักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ซึ่งได้เงินรางวัล 6 ล้านบาทไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตกลงกันว่าจะแบ่งคนละครึ่ง แต่ฝ่ายชายกลับบอกว่าจะให้แค่ 2 ล้าน จนมีปากเสียงกัน หลังจากนั้นแฟนหนีออกจากห้องพักไป

 

ต่อมาฝ่ายชายออกมาชี้แจงว่า ที่บอกว่าจะแบ่งเงินรางวัลคนละครึ่ง เป็นการพูดกันก่อน ไม่รู้ว่าจะถูกรางวัลที่ 1 แต่พอถูกขึ้นมาจริงๆ ตนก็ตกลงจะแบ่งเงินให้แฟน 2 ล้านบาท ของตน 4 ล้านบาท ซึ่งแฟนก็ไม่ว่าอะไร สาเหตุที่แบ่งสัดส่วนเท่านี้ เป็นเพราะเห็นว่าแฟนยังเด็ก และเห็นว่าญาติมารุมหนักมาก

 

จากเป็นคนที่ครอบครัวหรือญาติพี่น้องไม่เคยโทรหา กลายเป็นว่าเข้ามายุ่งวุ่นวาย จนแฟนสาวของตนเปลี่ยนไป อีกทั้งก่อนหน้านี้ลอตเตอรี่ใบดังกล่าวตนเซ็นสลักชื่อไว้เพียงคนเดียว เพราะเป็นเงินตนซื้อแล้วไปแจ้งความกัน

 

พอตอนหลังตนมาขอดูลอตเตอรี่ ก็มีชื่อแฟนโผล่มาทีหลัง ตนก็ถามว่าไปเซ็นตอนไหน ก็ทราบว่าญาติของแฟนที่อยู่ห้องข้างๆ กันแนะนำมา ส่วนที่ตนพูดว่าถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา ยืนยันว่าไม่ได้เจตนา ตนพูดไปเพราะโมโห และไม่คิดจะโกงอยู่แล้ว เพราะยังไงตนก็นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงินไม่ได้ เพราะบัตรประชาชนอยู่กับแฟน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นเสียใจมาก ไม่คิดว่าแฟนจะเชื่อญาติเข้าแจ้งความ จนทำให้ตนดูเป็นคนเลวร้าย เป็นคนโลภขนาดนี้ แต่ตอนนี้ได้คุยตกลงกัน เคลียร์เข้าใจแล้ว สรุปแบ่งเงินรางวัลกันคนละครึ่ง

 

ต่อมาทางฝ่ายหญิงระบุว่า ทางแฟนหนุ่มได้มอบหมายให้ตนเองนำสลากไปขึ้นเงินรางวัลเพียงคนเดียว ก่อนหน้านั้นที่มีข่าวว่าตนไปแจ้งความก็เพราะว่ามีเรื่องไม่เข้าใจกันแล้วแฟนก็หนีออกจากบ้านไปพร้อมสลากที่ถูกรางวัล ตนพยายามติดต่อก็มาสามารถติดต่อได้ จึงเกิดความไม่สบายใจ

 

หลังจากนั้นแฟนก็กลับมาหาและบอกว่าไม่น่าไปแจ้งความให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตเลย ซึ่งหลังถูกรางวัลตนได้มีการพูดคุยกับแฟน โดยทางแฟนบอกว่าจะให้เงินตนเองนำไปใช้หนี้ให้แม่จำนวน 2 ล้านบาท ที่เหลือจะนำไปซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน โดยจะให้เป็นชื่อของแม่แฟน ตนก็ไม่สบายใจถามว่าทำไมไม่ใช้ชื่อเราร่วมกันในเมื่อเป็นเงินของเราสองคน แฟนก็โมโหออกจากบ้านไปพร้อมสลากที่ถูกรางวัล

 

เมื่อถามว่า ต่อไปนี้จะใช้ชีวิตร่วมกันหรือไม่ น.ส.พรธิดา กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ ที่จริงแล้วแฟนหนุ่มนั้นเป็นคนดีดูแลกันมาตลอด ข้าวปลาไม่เคยขาด ตามใจทุกอย่าง ไม่เคยมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเลยตั้งแต่อยู่กันมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา

 

พร้อมยอมรับด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอว่าถ้าย้อนกลับไปได้ขอไม่ถูกรางวัลที่ 1 ดีกว่าเพราะไม่ยากเสียแฟนไปยอมรับว่ารักมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ชี้สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นทุกขลาภ จากนี้ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตกันเอง ส่วนตนจะนำเงินที่ได้มาดูแลครอบครัวต่อไป

 

ด้านฝ่ายชายหลังพบหน้าผู้สื่อข่าว ได้ยกมือไหว้พร้อมขอร้องสื่อว่า อย่านำเสนอเรื่องราวของตนเลยแค่นี้ตนก็เจ็บช้ำมากพอสมควรแล้ว พร้อมเผยว่า วันนั้นตนใจร้อนเองที่หนีออกไปจากบ้านโดยไม่ได้บอกกับแฟนว่าไปไหน โดยตนกลับไปที่บ้านแม่ เพราะสลากฉบับนั้นตนฝากไว้ที่แม่ หลังจากทราบว่าถูกรางวัล เนื่องจากตนรู้สึกว่าญาติทางฝ่ายแฟนจะเข้ามาวุ่นวายมากเกิน และเรื่องที่ตนบอกว่าจะให้เงินกับแฟน 2 ล้านไปให้แม่ใช้หนี้เป็นเรื่องจริงที่เราคุยกัน ส่วนที่เหลือจะนำไปซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน หลังจากนี้คงต้องใช้เวลาสักพักอาจทำให้เราสองคนกลับมาอยู่กินกันเหมือนเดิมก็ได้

 

แต่เรื่องราวส่อบานปลายต่อ เพราะล่าสุด มีหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของนายวิจักร มีทะเบียนสมรสถูกต้องทุกประการ มาร้องเรียนทนายเดชา กิติวิทยานันท์ และอยากจะดำเนินการตามกฎหมาย เอาผิดกับ น.ส พรธิดา

 

โดยหญิงดังกล่าวยืนยันว่า เงินรางวัลที่1 จำนวน 6 ล้านบาทนั้น ตนต้องได้รับส่วนแบ่งเนื่องจากเป็นสินสมรส สามีไม่สามารถนำไปให้หญิงอื่นได้ และจะเข้าแจ้งความเอาผิดกับหญิงสาวดังกล่าวเนื่องจากเป็นชู้ 

 

ที่ผ่านมาได้ติดตามพฤติกรรมสามีมานานแล้ว แล้วก็สงสัยว่าสามีจะมีชู้ บ่อยครั้งที่อยู่กับสามีในเวลากลางคืน ผู้หญิงคนที่เป็นข่าวก็มักจะโทรมา แต่สามีก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่โรงงานเท่านั้น

 

ซึ่งทางทนายระบุว่า หากหญิงสาวที่อ้าวว่าเป็นภรรยาที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของหนุ่มที่ถูกรางวัลที่ 1 จริง ก็สามารถฟ้องร้องได้ เพราะภรรยาหลวง ภรรยาจดทะเบียนสมรสมีสิทธิ์ที่จะเรียกเอาเงินที่ถูกสลากกินแบ่งคืนได้เพราะเป็นสินสมรส เป็นเงินที่ได้มาระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรส

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PpLnXb9x8Uo