video_image

กรณีหนุ่มโพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของกล้องขับรถอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ก่อนจะขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า จู่ๆมีรถแท็กซี่สีฟ้าขับแช่เลนขวา ทำให้ต้องแซงซ้ายและปาดเข้าเลนขวา จากนั้นแท็กซี่คันดังกล่าวได้ขับตามมาปาดหน้าหลายครั้ง ก่อนคนขับจะเปิดประตูลงมาด่าทอ พร้อมทุบรถ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดขอโทษแล้วก็ตาม ขณะที่ในรถแท็กซี่มีผู้หญิงกับเด็กลงมาจากรถแท็กซี่ ยืนอยู่ข้างถนน จนมีผู้ใช้รถใช้ถนนเข้ามาห้ามปราม

 

ด้านนายพัชพล (สงวนนามสกุล) ลูกชายของคู่กรณีแท็กซี่เล่าว่า พ่อตนอายุ 58 ปี วันเกิดเหตุ พ่อขับรถมาเรื่อยๆ จนมาเจอรถแท็กซี่คู่กรณีขับแช่อยู่เลนขวา พ่อพยายามจะแซงโดยเปลี่ยนช่องทางไปทางซ้าย พอแซงพ้นแล้วจึงได้ขับเข้าเลนขวา แท็กซี่อาจจะมองว่าพ่อขับรถปาดหน้า จึงขับตามและปาดหน้า พร้อมเบรกเพื่อให้ชน ซึ่งพ่อได้พยายามขับหนี แต่เขาก็ตามมาทำเช่นเดิม ประมาณ 3 ครั้ง
 

ซึ่งครั้งสุดท้าย ระหว่างที่พ่อพยายามขับหนี จู่ๆพ่อมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เนื่องจากความเครียด จึงได้ชะลอรถ จากนั้นแท็กซี่ได้ขับมาปาดหน้า เปิดประตูลงมาด่าทอ และทุบกระจกรถ โดยพ่อได้พยายามพูดขอโทษ บอกว่าไม่สบาย จะไปหาหมอ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุด ท้ายสุดคนที่ผ่านไปมาเข้ามาช่วยห้ามปราม ซึ่งพ่อได้ถือโอกาสนั้นขับออกมาจากจุดเกิดเหตุทันที

 

หลังจากพ่อเล่าเรื่องให้ตนฟัง จึงได้นำคลิปจากกล้องหน้ารถโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าคนทำอาชีพบริการควรใจเย็นๆ ไม่อยากให้มีปัญหาบนท้องถนน ฝากให้ทุกคนอย่าใจร้อนเวลาขับรถ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว หากพ่อตนลงจากรถตามที่เขาเรียก ก็คงจะถูกทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน เพราะพ่อได้กลิ่นเหล้าจากคนขับแท็กซี่ คาดว่าน่าจะเมา และหากว่าพ่อถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ด้านคนขับแท็กซี่ก็ต้องติดคุก ส่วนครอบครัวตนก็ต้องเสียใจ ซึ่งจะไม่เกิดผลดีอะไรเลย

 

อย่างไรก็ตาม อยากบอกคู่กรณีว่า ทำงานบริการแบบนี้ อย่าดื่มเหล้าเลย เพราะอาจทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และพวกตนก็สงสารลูกเมียของเขา ที่หวาดกลัวและร้องไห้ตามที่เห็นในคลิป ซึ่งหลังเกิดเรื่อง ตนตั้งใจจะไปแจ้งความ แต่พ่อขอไว้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียอนาคต ถ้าหากเขายอมรับว่าเมาจริง พ่อตนก็จะยอมรับในคำขอโทษของเขา

 

ด้านกรมการขนส่งทางบก ได้เรียกนายวุฒิศักดิ์ บุษยะมา คนขับแท็กซี่คันดังกล่าวเข้ามารายการตัว ซึ่งนายวุฒิศักดิ์ ได้ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุตนได้ไปร่วมพิธีแต่งงานของญาติ ขณะขับรถกลับบ้าน ได้ถูกคู่กรณีขับปาดหน้าก่อนถึง 2 ครั้ง จึงเกิดบันดาลโทสะขับรถตามไปปาดคืนเพื่อให้จอดและถามว่าทำไมขับรถแบบนี้ แต่คู่กรณีขับหนี จึงเกิดเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปส่วนผู้หญิงและเด็กที่ลงจากรถนั้นเป็นภรรยาและบุตรของตน ไม่ใช่ผู้โดยสาร ซึ่งในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ขับรถรับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสารแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ กองตรวจการขนส่งทางบกพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นความผิดตาม พรบ.รถยนต์ฯ จึงได้ลงโทษเปรียบเทียบปรับดังนี้

 

1. ความผิดฐานขับรถประมาทหวาดเสียวตามมาตรา 5(15/1) ประกอบมาตรา 58/1 เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท

 

2. ความผิดฐานแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพตามาตรา 57 ฉ ประกอบมาตรา 66/2  เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 200 บาท  พร้อมทั้งส่งตัวเข้ารับการอบรมกฎ ระเบียบและการให้บริการที่ดี จำนวน 3 ชั่วโมง บันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ในระบบหากตรวจพบว่า มีการฝ่าฝืนกระทำผิดอีกจะพักใช้ใบอนุญาตขับรถต่อไป

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ISf6s7mewCY