video_image
กรณี 3 คนร้ายขับรถกระบะและรถจักรยานยนต์ ตามไล่ยิงรถกระบะขนหัวปลา ก่อนที่จะปาดหน้าและคนร้ายถือปืนลงมาใช้อาวุธลูกซองยิง นายนายดือรอแม สุรง อายุ 33 ปี หรือ บังแม คนขับและเป็นพ่อค้าปลาเสียชีวิตคารถ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านโหนด-ท่านางหอม หมู่ 2 ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อบ่าย 2 โมง วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายทั้ง 3 คน แล้ว เป็น อส.อำเภอหาดใหญ่ ช่วยราชการ จ.สงขลา 2 นาย และเป็นทหารยศ จ.ส.อ. 1 นาย นั้น
 
ต่อมาผู้ต้องหาในคดีนี้ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า แล้ว 1 คน คือ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บุญรัตน์ สังกัดฝ่ายสรรพาวุธ มทบ.42 โดยผู้บังคับบัญชา และ สห.นำมามอบตัว และมีการนำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที เพื่อทำการสอบสวน และแจ้งข้อหาให้รับทราบ แต่ในเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา และแวะดูเท่านั้น เพราะ รู้จักกับ อส. ทั้ง 2 คน เพราะ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน
 
ต่อมาในเวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 2 ราย คือ อส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ และ อส.ประดิษฐ์ จุลนวล ซึ่งเป็น อส.อำเภอหาดใหญ่ ช่วยราชการ จ.สงขลา ทางผู้บังคับบัญชา ได้นำมามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า แล้วเช่นกัน และรีบพาเข้าห้องสอบสวน และไม่ตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว
 
โดยทางพนักงานสอบสวนได้แยกกันสอบระหว่างผู้ต้องหาที่เป็นทหารกับ อส. โดยมี พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เดินทางมาดูแลการสอบสวนด้วยตัวเอง และมีการประสานของตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จำนวน 2 นาย เข้ามาช่วยสอบสวนคดีนี้ด้วย
 
และจากการสอบถามภรรยาของ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บอกว่า สามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยขณะเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปพบเหตุการณ์โดยบังเอิญ และแค่ลงไปดู เพราะ รู้จักกับ อส. ทั้ง 2 นาย เท่านั้น
 
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน 9 ได้มาเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงอาวุธปืนลูกซองยาวของกลางที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน รวมทั้งตรวจสอบเก็บหลักฐานรถกระบะที่ถูกยิงอย่างละเอียดอีกครั้ง
 
สำหรับบรรยากาศที่สภ.คูเต่า ได้มีทั้งญาติของผู้ต้องหาทั้งสามคนรวมทั้งภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาสังเกตการณ์อยู่ที่ สภ.คูเต่า โดยนางมารีย๊ะห์ เขปัน ภรรยาของผู้ตาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากต้องขับรถผ่านบ้านอส.ทั้ง 2 นายเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอย่างถึงที่สุด
 
ล่าสุดมีรายงานว่าผู้ต้องหาที่เป็นอส.2 คนให้การรับสารภาพแล้ว โดยอส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ หรือจ่าแรม เป็นคนลงมือยิง แต่ในส่วนของ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ ยังให้การปฏิเสธบอกว่าแค่เพียงขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเท่านั้น
 
ทั้งนี้ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุม อส.ประดิษฐ์ หรือโก้ ออกจากสภ.คูเต่า ไปชี้จุดที่ฐานอส.เกาะแต้ว ที่ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ซึ่งให้การว่าได้นำชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไปเผา ส่วนอาวุธปืนของกลางเป็นปืนเถื่อนไม่ใช่ปืนของทางราชการ ซึ่งจากการสอบสวนทางพนักงานเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้ง 3 คน อย่างน้อย 2 ข้อหาคือร่วมกันฆ่าผู้อื่น และข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และตำรวจคัดค้านการประกันเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์
 
โดยเรื่องนี้ทีแรกพบว่าสาเหตุมาจากการที่อส.ทั้ง 2 นาย ได้ขับรถกระบะตามรถกระบะของผู้ตายและขับปาดหน้าเพื่อขอตรวจปัสสาวะพร้อมกับนำอาวุธปืนลูกซองยาวลงมาบังคับให้คนขับลงจากรถ แต่คนขับไม่ยอมจึงใช้อาวุธปืนยิงล้อหลังด้านขวา แต่คนขับก็ยังไม่ลงจากรถสุดท้ายจึงโมโหและใช้อาวุธปืนยิงใส่ทางกระจกรถด้านขวาทำให้คนขับเสียชีวิต ส่วนทหารได้ขับรถจักรยานยนต์ตามมาสมทบทีหลัง
 
แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ทางอส.สำรองคนหนึ่งซึ่งตำรวจได้เรียกไปให้การเพิ่มเติมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสามคนได้เดินทางไปที่บ้านของตนซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก โดยอส.เพลินชัย หรือจ่าแรม ต้องการไปหาลูกชายของตน โดยอ้างว่าขโมยไซดักของจ่าแรมไป จึงได้บอกไปว่าลูกชายไม่อยู่เดินทางไปต่างจังหวัด 2 วันแล้ว ทำให้จ่าแรมโมโห และสับไกปืนจนลูกปืนตก 2 นัด จ่าแรมได้เก็บไป 1 นัด ส่วนอีกนัดตนได้เก็บไว้ให้ตำรวจ และระหว่างที่จ่าแรมกับพวกอีก 2 เดินออกจากบ้านก็ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงขู่ขึ้นฟ้าอีก 1 นัด
 
จากนั้นจ่าแรมกับพวกก็ไปเรียกตรวจรถที่ขับผ่านเส้นทางเกิดเหตุ และเป็นจังหวัดเดียวกันกับที่พ่อค้าหัวปลาขับรถผ่านมาพอดี จึงถูกไล่ตามและถูกยิงตายคารถ หลังจากที่ออกจากบ้านตนไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาที ทั้งที่ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไรกับจ่าแรมและพวกมาก่อน แต่ต้องมารับเคราะห์แทนเพียงแค่อารมณ์ค้างจากเรื่องอื่น ทั้งนี้อส.สำรอง คนนี้ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุ อส.เพลินชัย หรือจ่าแรม อยู่ในอาการมึนเมาจริง
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าหลังจากที่ได้สอบสวนมาราธอนมาตลอดทั้งวัน ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง3 คน รวม 3 ข้อหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกัมมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, และปลอมเอกสารราชการเนื่องจากเครื่องหมายทะเบียนถูกลบ
 
ซึ่งอส.ทั้งสองนายยอมรับสารภาพ โดยอส.เพลินชัย หรือจ่าแรม เป็นคนถืออาวุธปืนลูกลงมายิง ส่วน อส.ประดิษฐ์ หรือโก้ เป็นคนขับรถ แต่ในส่วนของจ.ส.อ.ทรงวุฒิ ยังปฎิเสธว่าไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์
 
ด้านพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ซึ่งลงมาคุมคดีนี้ด้วยตัวเองเ ปิดเผยว่า คดีนี้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และทางผบ.มทบ.42 ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนผลการสอบสวนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงกลางวันและพยานหลักฐานชัดเจน โดยสอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปากและรอสอบเพิ่มอีก 3 ปาก ส่วนคนที่ยิงก็เป็นไปตามภาพที่ปรากฏในคลิปว่าใครเป็นถือปืนซึ่งมีโอกาสใช้อาวุธปืนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ที่ชัดเจนที่สุดแล้วคืออส.2คน ซึ่งเป็นคนถือปืนและคนขับรถ และเมาทั้งคู่โดยเฉพาะคนถือปืนนั้นเมาหนัก ส่วนทหารจะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้นต้องสอบในรายละเอียดอีกที
 
ส่วนสาเหตุนั้นมาจากความมึนเมาและครองสติไม่ได้และเป็นการทำความผิดด้วยตัวเองและไม่ใช่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้า และจากการสอบสวนในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสาเหตุอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องที่มีข้อขัดแย้งกับบางคนที่ไปตามหาแต่ไม่พบตัว ทำให้ยังคาใจและอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อเจอรถกระบะผู้ตายอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุจึงเข้าใจว่ามาติดตามเฝ้าดู จึงขอตรวจค้นพอไม่ให้ความร่วมมือจึงโกรธและครองสติไม่อยู่จึงเกิดเหตุยิงกันขึ้น และในทางการสอบสวนขณะนี้มีผู้ต้องหาเพียง 3 คน ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนและในชั้นการสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และในวันพรุ่งนี้จะควบคุมตัวทั้งสามคนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลา
 
ด้านญาติของผู้เสียชีวิต (พี่สาวภรรยาของผู้ตาย) เปิดเผยว่า พอใจและเชื่อมั่นกับการทำงานของตำรวจที่ดำเนินคดีกับทั้ง 3 คนอย่างเด็ดขาดและคัดค้านการประกันตัว
 
ด้านการดำเนินการทางวินัยในส่วยของ อส.2 นาย มีรายงานว่า นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ได้สั่งการให้อส.2 นายหยุดปฏิบัติหน้าที่และงดสวัดิการ จนกว่าคดีสิ้นสุด ส่วนทหารทางต้นสังกัดจะดำเนินการทางวินัยเช่นกันหลังจากที่สิ้นสุดกระบวนการของฝ่ายตำรวจ
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TRjC9KuCeDM