video_image

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Akkarawat Ruangrojjanakorn ได้โพสต์ภาพใบสั่งขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดที่ได้รับมา ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กนักรบด่านเถื่อน พร้อมระบุว่า

 

พบพิรุธในภาพหลายอย่าง คล้ายมีการตัดต่อ จึงอยากขอความคิดเห็นจากผู้รู้ว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ และควรไปจ่ายค่าปรับหรือไม่ ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บ้างก็บอกว่าเป็นภาพตัดต่อแน่นอน บ้างก็บอกว่าค่าปรับแค่ 500 บาท ตำรวจจะเสียเวลาตัดต่อทำไม

 

โดยนายอัครวัตน์ เรืองโรจณกร อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ขับรถกลับจากจังหวัดศรีสะเกษมากรุงเทพฯ ระหว่างทางผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยความเร็ว 100-120 กม./ชม. แต่เมื่อผ่านป้ายเตือนจำกัดความเร็ว ก็จะลดความเร็วลงไม่เกิน 90 กม./ชม. ตามที่กฎหมายกำหนด

 

พอมาถึงจุดหนึ่ง พบป้ายเตือนความเร็ว ก็ลดความเร็วลงตามปกติ พอพ้นป้ายเตือนมาเล็กน้อย พบด่านจับความเร็ว ก่อนตำรวจโบกให้จอดข้างทาง โดยตำรวจแจ้งว่าตนขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ตนจึงถามไปว่า ด่านที่ตั้งนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แต่ตำรวจบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ ตนจึงขอดูหลักฐานจากล้องตรวจจับความเร็ว แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ได้ดู แต่ตำรวจกลับพาตนมาดูป้ายเตือนจำกัดความเร็วแทน ตนจึงบอกตำรวจว่า หากมีกล้องตรวจจับความเร็วก็ให้ส่งใบสั่งไปที่บ้านดีกว่า ตำรวจได้ตอบตกลงและปล่อยตัวไป แต่ก่อนไปตำรวจได้ถ่ายรูปหน้ารถของตนไว้

 

1 เดือนถัดมา ใบสั่งส่งมาถึงบ้าน ระบุว่าตนขับรถด้วยความเร็ว 135 กม./ชม. เมื่อสังเกตดูแล้วรู้สึกเอะใจ จึงยังไม่ไปจ่ายค่าปรับ เพราะพบพิรุธหลายอย่างในภาพใบสั่ง คล้ายมีการตัดต่อ เช่น

 

- ภาพของรถดูเบี้ยวๆ ล้อทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เงาใต้รถไม่มีทำให้มองเห็นถนนชัดเจน แต่รถจยย. ที่ขี่ตามมากลับมีเงาใต้รถ

 

- ลักษณะถนนเป็นทางโค้ง แต่รถกลับวิ่งมุ่งหน้าตรงเข้าข้างทาง หากวิ่งด้วยความเร็ว 135 กม./ชม. รถจะวิ่งลงข้างทางภายในไม่กี่วินาทีแน่นอน

 

- ภาพขณะรถวิ่งกับรูปที่รถจอดอยู่ ลักษณะเหมือนกัน องศาเดียวกัน เห็นกระจกข้างชัดเจนทั้งสองข้าง ซึ่งภาพที่รถจอดอยู่ เป็นภาพที่ประตูรถด้านคนนั่งฝั่งซ้ายเปิดอยู่

 

- รถจยย. ที่ขี่ตามมา ดูใหญ่กว่าความเป็นจริง ทั้งที่ตามหลังอยู่ค่อนข้างไกลจากรถของตน

 

- ตนมั่นใจว่าไม่ได้ขับเร็วถึง 135 กม./ชม. แน่นอน เพราะถนนช่วงนั้นค่อนข้างขรุขระ

 

ที่ตนโพสต์ภาพลงกลุ่มนั้น เพียงแค่อยากสอบถามความเห็นจากคนอื่น แต่ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นภาพตัดต่อ เป็นเพียงข้อสงสัยเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวดังขนาดนี้ ที่ไม่ติดต่อสอบถามไปยังตำรวจเพราะคาดว่าคงได้คำตอบแบบเดียวกับที่ด่าน ส่วนที่ชาวเน็ตบอกว่า เงินค่าปรับแค่ 500 บาท ทำไมตำรวจต้องมาเสียเวลาตัดต่อภาพนั้น ตนและหลายๆคนมองว่า ภาพดังกล่าวสามารถใช้เวลาตัดต่อไม่เกิน 10 นาทีก็แล้วเสร็จ และที่ตำรวจต้องทำอย่างนั้น อาจเพราะว่าตนตั้งคำถามถึงการตั้งด่านว่าถูกกฎหมายหรือไม่ จึงอาจเป็นเหตุให้ตำรวจทำแบบนี้ก็เป็นได้

 

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแค่อยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนคนหนึ่ง และส่งหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ให้ดู หากพบว่าภาพดังกล่าวเป็นของจริง ตนก็ยินดีจะจ่ายค่าปรับเต็มอัตรา

 

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้น พบว่าเป็นใบสั่งจราจรของ สถานีตำรวจทางหลวง2 กก.6 บก.ทล. ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องของต้นสังกัดได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว

 

หากผลการตรวจข้อเท็จจริงในส่วนของประเด็นใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรได้ออกไปนั้น มีการดัดแปลงแก้ไข หรือ การทำเอกสารราชการที่เป็นเท็จตามที่ผู้โพสต์ได้ตั้งข้อสงสัย หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการในเรื่องทางวินัย และอาญา อย่างเด็ดขาดต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9XbKWj5tLFg