ประวิตร ลั่น 5 รมว. พปชร. ไม่ลาออกจากส.ส. ต้องไปลงมติสภาทุกนัด ยัน ปชป.-ภท. ไม่มีขัดแย้งแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงเกษตร
 
วันที่ 28 ส.ค. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความพร้อมของนายกรัฐมนตรีที่จะไปตอบญัตติของฝ่ายค้าน กรณียื่นอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ประเด็น ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ว่า นายกฯ ตอบไปหมดแล้ว
 
เมื่อถามว่า ญัตติอภิปรายทั่วไป ควรจบก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมสามัญ วันที่ 18 กันยายนนั้น พลเอก ประวิตร บอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตน เป็นหน้าที่ของประธานสภาจะตกลงอย่างไร
 
ส่วนหากผ่านเรื่องนี้ไปแล้วจะทำให้นายกฯ ทำงานได้อย่างสบายใจ และไม่กังวลหรือไม่ พลเอก ประวิตร บอกว่า นายกฯ ทำงานได้อย่างสบายใจ และทำเต็มที่อยู่แล้ว
 
ทั้งนี้กรณีที่พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เรียบร้อยดี
 
สำหรับข้อกังวลเรื่องจำนวนเสียงในสภาที่จะลงมติ อาจจะมีปัญหานั้น พลเอก ประวิตร กล่าวว่า เพียงพอไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เช่นนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร
 
ส่วนกรณีที่ 5 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันจะไม่ลาออกจากการเป็น ส.ส. อาจจะกระทบต่อการลงมติก็ไม่เป็นอะไร ถ้ามีเวลาไปลงมติ และเชื่อว่าจะสามารถมาลงคะแนนได้ทุกนัด เพราะมีผู้ช่วยรัฐมนตรีที่คอยช่วยงานอยู่
 
และเมื่อถามถึงกรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ยุบพรรคแล้ว จะมารวมกับพรรคพลังประชารัฐ จะส่งผลอะไรหรือไม่ในขณะนี้ พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกฎหมาย ถ้าทำได้ก็ทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็คือไม่ได้ เพราะฝ่ายรัฐบาลก็มีเสียงอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้เสียงหายไป เพราะนายไพบูลย์ ก็ช่วยนายกฯ อยู่แล้ว
 
พร้อมกันนี้ พลเอกประวิตร ยังบอกด้วยว่า การเข้าพบของ นายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตรักษาราชการ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย วันนี้ เป็นการมาอำลาตำแหน่ง เพราะจบภารกิจ และจะเดินทางกลับประเทศ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาไทยกับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ด้วยดีมาตลอดกว่า 100 ปีแล้ว 
 
รวมไปถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะตั้งกระทู้ถามกรณีการเสียชีวิตของ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอนั้น พลเอกประวิตร ยืนยันว่า ที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว ตนก็ชี้แจงไปแล้ว ส่วนใครจะไปตอบเรื่องนี้นั้นก็คิดว่า พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเยียวยาแต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์