video_image

อุตรดิตถ์-นางสาวชุติกา (สงวนนามสกุล) ชาวตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย น้องสาวต่างมารดาของอดีตพระสงฆ์รูปหนึ่ง ออกมาแฉพฤติกกรมของพระหนุ่มรูปดังกล่าว ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชาย พ่อเดียวกันแต่ต่างมารดา เจ้าของสำนักปฎิบัติธรรมชื่อดังในตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีผู้คนญาติโยมที่ศรัทธาเดินทางเข้าออกวันละหลายสิบคน

 

โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าวได้เสพเมถุนกับน้องสาวต่างมารดา ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความสำนึกหวาดกลัวในพฤติกรรมของตนว่ามีความผิดร้ายแรงถึงขั้นปราชิก จึงได้ทำการแอบลักลอบลาสิกขากลางพรรษาไปเสียก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2562 ที่วัดอรัญญิการาม ตำบลท่าเสา

 

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ยังได้ล่อลวงเสพเมถุนกับโยมผู้หญิงฐานะดีอีกรายหนึ่งด้วย ยังมีพฤติกรรมหลอกลวง โดยพระพี่ชายแนะนำว่า จะต้องทำการฝึกจิตด้วยวิธีการเปลื้องผ้าต่อหน้าพระพี่ชายในช่วงเวลากลางคืน เพื่อทำการทดสอบสภาพจิตใจของตนเอง ยอมรับว่าเริ่มรู้สึกหวั่นใจ ทำไมการฝึกจิตถึงต้องทำขนาดนี้คือการเปลื้องผ้า อีกทั้งเชื่อว่าความที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กระทั่งทำการฝึกแบบนี้อยู่ 3 สัปดาห์ พระพี่ชายก็บอกให้ทำอย่างเดิม แต่ครั้งนี้ให้นอนหงายแล้วปิดไฟฟ้าให้อยู่ในความมืด

 

จากนั้นพระพี่ชายก็นำมะเขือยาวที่แช่เย็นออกมาให้จับ ขณะนั้นรู้สึกกลัวอย่างมากและเริ่มคิดว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว สุดท้ายในคืนนั้นพระพี่ชายกับตนก็มีความสัมพันธ์ทางเพศหรือเสพเมถุนด้วยกันตลอดมา ผ่านจากคืนที่พระพี่ชายร่วมเสพถุนแล้ว ก็พยายามกำชับว่า ห้ามพูดหรือนึกถึงเรื่องคืนที่ผ่านมา เพราะจะเสียหายทั้ง 2 คน โดยตนเองและพระพี่ชายเสพเมถุนอยู่ด้วยกันมานานถึง 3 ปี

 

โดยปีแรกยอมรับว่าลำบากใจและรู้สึกไม่ดีและรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ถูกเรียกเข้าไปพบในห้องในช่วงกลางคืน ผ่านไป 3 ปีรู้สึกชินชา แม้จะรู้ว่าไม่ดีและทำลายศาสนา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเกรงว่าชื่อเสียงของพระพี่ชายจะเสียหาย รวมถึงมีญาติโยมมาทำบุญสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากกว่า 100 องค์

 

ช่วง 2 ปีแรกที่มีอะไรกับพระพี่ชาย มีโยมผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีอายุ มาทำบุญที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ พระพี่ชายกับโยมรายนี้ก็พูดคุยกันถูกคอจนมีความสัมพันธ์กันเกินเลยไปมากกว่าลูกศิษย์กับพระ ตลอด 2 ปีที่ต้องอาศัยอยู่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้แบบหวานอมขมกลืน เพราะต้องอยู่แบบไม่ต่างอะไรไปจากเมียหลวงเมียน้อย

 

เมื่อช่วงต้นปี 2562 พระพี่ชายและโยมซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิแห่งหนึ่งขอให้ออกจากสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ โดยให้เงิน 200,000 บาท (สองแสนบาท) จึงตัดสินใจออกมาอยู่กับพ่อที่เชียงราย

 

ล่าสุดต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพ่อก็ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด จึงเดินทางมาพบพระลูกชาย แม้จะอยู่ภายในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ แต่นุ่งขาวห่มขาว เนื่องจากทำการลาสิกขาไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน

 

โดยอดีตพระพี่ชายหรือพระลูกชายก็ยอมรับกับพ่อว่า มีความสัมพันธ์กับน้องสาวต่างมารดาจริงโดยทางน้องสาวได้นำคลิปภาพขณะพระพี่ชายเสพเมถุนร่วมรักกับตัวเอง และหลักฐานการคุยกันในไลน์ระหว่างพระพี่ชายกับโยมผู้หญิงฐานะดีอีกคนไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอุตรดิตถ์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับเรื่องโดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องส่วนตัว และเกรงจะเกิดอันตรายกับตัวผู้ร้อง หรืออาจจะถูกฟ้องร้องได้ ก่อนหน้านี้ก็เคยปรึกษาทางสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งทางผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาก็บอกว่า ทำอะไรไม่ได้ เพราะพระรูปนี้ทำการลาสิกขาไปแล้ว

 

ด้านนายธนกร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่จะให้นายพิภัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ดูแลงานด้านพระพุทธศาสนา ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7U5QnVoVpU8