video_image

ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในฐานะผู้เห็นชอบและอนุมัติโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2552 และ ชี้มูล บริษัท พีซีซี ดีเวลล๊อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้ชนะการประมูล มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ

 

โดยคดีนี้ เป็นผลมาจากการก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จตามสัญญา เนื่องจากพลตำรวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ รักษาการแทน ผบ.ตร.ขณะนั้น ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้าง จากรูปแบบจัดจ้างโดยส่วนกลางแต่ให้แยกการเสนอราคาเป็นรายภาค ทั้ง 9ภาค เป็น รูปแบบกระจายการจัดซื้อจัดจ้างไปตามตำรวจภูธรภาคและตำรวจภูธรจังหวัดแทน

 

โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และมีบริษัท พีซีซี ดีเวลล๊อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล ด้วยการเสนอราคารับเหมาก่อสร้างต่ำสุด ที่ 5,848 ล้านบาท ซึ่งไปลดสเป็กวัสดุให้มีราคาถูกต่ำกว่าท้องตลาดเพื่อเอาเปรียบผู้ประมูลรายอื่น และไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาแม้ มีการขยายระยะเวลามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2556 เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้บริษัท พีซีซี ดีเวลล๊อปเมนท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด บริษัทที่ชนะการประมูล ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน จำนวน 1,728,629,606 บาท

 

ในคดีนี้ ป.ป.ช. ยังมติเป็นเอกฉันท์ ชี้มูลความผิด

1.พลตำรวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ รักษาการแทน ผบ.ตร.ขณะนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

 

2.พลตำรวจตรี สัจจะ คชหิรัญ และพันตำรวจโท สุริยา แจ้งสุวรรณ์ คณะกรรมการประกวดราคา ซึ่งมีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงด้วย

 

3.พันตำรวจเอก จิรวุฒิ จันทร์เพ็ญ พันตำรวจเอก สุทธี โสตถิทัต พันตำรวจเอก พิชัย พิมลสินธุ์ พันตำรวจเอก ณัฐเดช พงศ์วรินทร์ และพันตำรวจเอก ณัฐชัย บุญทวี คณะกรรมการประกวดราคา ซึ่งมีมูลความผิด ทางวินัยแต่ไม่ร้ายแรง

 

สำหรับผู้ถูกกล่าวหาอื่น ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พลตำรวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว พลตำรวจโท ธีรยุทธ กิติวัฒน์ และพลตำรวจโท สุพร พันธุ์เสือ ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป ให้ส่งเรื่องรายงาน เอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

 

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ กับพวกทุจริตโครง การก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย (แฟลต)ของ สตช.163 หลัง เป็นเหตุให้ สตช.เสียหาย 3,994 ล้านบาท กระทำผิดคล้ายกับคดีโรงพักทดแทน นอกจากนี้ระหว่างการก่อสร้าง พ.ต.ท.คมกริบ นุตาลัย คณะกรรมการตรวจการจ้าง เรียกรับเงินจากผู้รับจ้างแลกกับการช่วยเหลือการตรวจการจ้างเป็นเงิน 60,000 บาท และ ด.ต.สายัณ อบเชย ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ผลประโยชน์ที่มิควรได้

 

ดังนั้นจึงชี้มูลความผิดนายสุเทพ และคณะกรรมการประกวดราคาทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วน ด.ต.สายัณ อบเชย มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง โดยในส่วนของ ด.ต.สายัณที่เรียกรับเงิน 91 ล้านบาทนั้น จะขยายผลต่อไปว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/60H7T7olmx8