วันที่ 25 ก.ค. 62 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางสังเวียน ดิษวิเศษ นำหลักฐานเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ให้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ปฎิเสธการรักษาลูกชายวัย 15 ปี ตามสิทธิ USEP ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งลูกชายเสียชีวิต
 
นางสังเวียน กล่าวว่า เมื่อเวลา 17.40 น. ของวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ที่ใกล้ที่สุด แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา ต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าค่ารักษาลูกชายจะต้องใช้เงินกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งทางครอบครัวไม่มีเงินวางมัดจำ แต่ได้ยืนยันจะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว เนื่องจากมีประกันชีวิต และพ.ร.บ.คุ้มครอง อีกทั้งลูกชายก็มีประวัติคนไข้อยู่ที่นี้ แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อโรงพยาบาลรัฐบาล หากญาติไม่มีเงินสดวาง 
 
โดยใช้เวลาถกเถียงกันนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยลูกชายมีเพียงเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลและเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 พ.ค. โดยแพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลลงความเห็นสาเหตุการตายว่ากะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด 
 
นางสังเวียน กล่าวว่า หากในวันนั้นโรงพยาบาลรักษาลูกชายทันที เชื่อว่าลูกก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่โรงพยาบาลไม่มีจรรณยาบรรณในการรักษา กลับปฏิเสธคนไข้ และเรียกร้องแต่เงิน ทั้งที่ในขณะนั้นลูกชายมีอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ซึ่งเป็นสิทธิทางกฎหมายในการใช้สิทธิ USEP ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง แต่ทำไมครอบครัวถึงใช้ไม่ได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้เชิญไปพูดคุยเจรจาแต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้
 
ด้านผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนนทบุรี ยืนยันว่า หลังจากได้รับหลักฐานต่างๆ แล้ว ก็จะดำเนินการประสานนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่จะต้องดูว่าโรวพยาบาลได้ทำหน้าที่การรักษาเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่