วันที่ 10 ก.ค. ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพวุธ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภาณุ พงษ์วัฒนานุสรณ์ อายุ 43 ปีหนุ่มแรนโรเวอร์ ขับรถปาดหน้าหลุยส์ สก็อตต์ เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1913/2562 ในฐานความผิดขับรถประมาทหรือหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน,ขับรถโดยไม่คำนึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43(3),(4),(8),160,157 
 
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2562 จำเลยได้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อแรนโรเวอร์ หมายเลขทะเบียน กฉ 181 สมุทรปราการ ไปตามถนนทางด่วนพิเศษสายบางนา-ดินแดง มุ่งหน้าไปดินแดง ก่อนเข้าด่านเก็บเงินทางด่วนบางนา ซึ่งมีช่องทางเดินรถหลายช่องที่จะเสียเงินวิ่งบนทางด่วน จำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ กล่าวคือ จำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูง กล่าวคือจำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงเกินสมควร จนไม่สามารถหยุดรถหรือลดความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะขับหลบหลีกไม่ชนบุคคลอื่น หรือสิ่งอื่นใดที่กีดขวางอยู่ทางข้างหน้าได้ทัน
 
โดยจำเลย ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในช่องทางเดินรถหน้ารถยนต์ของ นายหลุยส์ สก็อตต์ ซึ่งขณะนั้นกำลังจะเข้าช่องจ่ายเงินทางด่วนโดยจำเลยขับรถเบรกอย่างกะทันหันทำให้นายหลุยส์ สก็อตต์ ขับรถหลบเข้าไปในช่องทางเสียเงินพิเศษ (อีซีพาส) แล้วนายหลุยส์ สก็อตต์ ได้ขับรถยนต์ในช่องทางขวาของทางด่วนบางนา-ดินแดง แต่จำเลยยังคงได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวติดตาม และได้เปลี่ยนช่องทางเดินรถจากช่องทางกลางเข้ามาในช่องทางเดินรถด้านขวา ตัดหน้ารถยนต์ของนายหลุยส์ สก็อตต์ ที่กำลังขับขี่อย่างกะทันหันแล้วได้เบรกหยุดรถอย่างกะทันหัน เพื่อให้รถยนต์นายหลุยส์ สก็อตต์ ขับเคลื่อนรถยนต์ไปไม่ได้และจะทำให้รถยนต์ของนายหลุยส์ สก็อตต์ ชนท้ายรถยนต์ของจำเลย 
 
และจำเลยยังคงขับรถในช่องเปลี่ยนช่องทางเดินรถจากช่องทางขวามาช่องทางกลาง ในขณะที่นายหลุยส์ สก็อตต์ ได้ขับรถยนต์อยู่ด้านหลังรถของจำเลย เพื่อที่หลบหลีกรถยนต์ของจำเลย ที่ขับในลักษณะเปลี่ยนช่องทางเดินรถช่องทางขวา ช่องทางซ้าย อยู่ด้านหน้ารถของนายหลุยส์สก็อตต์ เป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ในขณะที่การจราจรบนทางด่วนสายดังกล่าวมีรถวิ่งพลุกพล่านไปมาเป็นจำนวนมาก อันเป็นการขับรถยนต์กีดขวางการจราจรโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นการขับรถประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของนายหลุยส์ สก็อตต์ หรือของบุคคลอื่นที่ขับรถยนต์อยู่บนทางด่วนบางนา-ดินแดงได้ เหตุเกิดที่แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 8 ก.ค. จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยแล้ว โดยในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา 
 
ก่อนเริ่มพิจารณา ศาลถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ จำเลยแถลงว่าไม่มีและไม่ต้องการทนายความ และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา 
 
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของบุคคลอื่น จำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ภายหลังฟังคำพิพากษานายภาณุ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลอนุญาต 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาณุ ยังปรากฎในคลิปโด่งดัง กรณีขับรถคันดังกล่าวปาดหน้ารถของ น.ส.อลิสรา เกษมรัตนพาณิชย์ อายุ 29 ปี นักร้องอิสระ  โดย น.ส.อลิสรา ระบุว่านายภาณุได้ขับรถปาดหน้าและลงมาต่อว่าก่อนถุยน้ำลายลงพื้นถนนและเมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่าผู้ขับขี่เป็นผู้หญิง เหตุเกิดบริเวณปากซอยเอกมัย 5 เมื่อกลางดึกวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา