video_image

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัย การจัดหา และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เห็นชอบให้ ป.ป.ส. นำกัญชาของกลางจาก 43 คดี รวมน้ำหนัก 22 ตัน ส่งมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนชนิดโลหะหนักและยาฆ่าแมลง

 

ล่าสุดผลการตรวจวิเคราะห์กัญชาของกลางที่ดำเนินการไปแล้วประมาณ 18 ตัน พบว่า โดยรวมไม่สามารถที่จะนำไปใช้ในทางการแพทย์ได้ เนื่องจากมีเพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น ที่ตรวจไม่พบสารปนเปื้อน ส่วนอีก 2 ตัน แม้ไม่พบการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลง แต่ตรวจพบสารโลหะหนักแคดเมียมเกินค่ามาตรฐาน และที่เหลืออีกประมาณ 16 ตัน ตรวจพบทั้งยาฆ่าแมลง และสารโลหะหนักแคดเมียมเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องนำไปทำลายตามระเบียบที่กำหนดไว้

 

ขณะที่กัญชาของกลางที่ไม่พบสารปนเปื้อน จะมีการส่งมอบให้หน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษานำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงในส่วนของกัญชาของกลางน้ำหนัก 2 ตัน ที่ตรวจพบเพียงสารโลหะหนัก อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยที่ไม่ได้สกัดเป็นยา เนื่องจากขณะนี้มีหน่วยงาน 10 แห่ง มีการแจ้งขอนำไปใช้ประโยชน์รวมประมาณ 2.3 ตัน โดยจะส่งมอบให้ได้ภายในกลางเดือนนี้

 

พร้อมกันนี้ฝากเตือนไปยังประชาชนที่มีการใช้น้ำมันจากสารสกัดกัญชา เพราะมีความเป็นไปได้ที่ขายอยู่ในขณะนี้ อาจจะสกัดมาจากกัญชาในลักษณะเดียวกัน คือ มีสารปนเปื้อน หรืออาจปลูกในแหล่งที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้ในการรักษาควรปรึกษาแพทย์

 

ด้านนายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนในกัญชาของกลางเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล แบ่งการสุ่มตรวจเป็น 38 ตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์หาสารกำจัดศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลง ทั้งตามเกณฑ์ทั่วไปของ อย. เพื่อหาสารตกค้างในอาหาร ผัก หรือผลไม้ สำหรับการบริโภค และตามเกณฑ์ตำรับมาตรฐานยาสมุนไพรไทย ครอบคลุมสาร 62 ชนิด รวมถึงยังมีการตรวจวิเคราะห์หาสารโลหะหนักอีก 4 ชนิด

 

ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า หากพิจารณาตามเกณฑ์สารตกค้างในอาหารสำหรับบริโภค ไม่มีตัวอย่างใดผ่านเกณฑ์ แต่หากพิจาณาตามเกณฑ์ตำรับมาตรฐานยาสมุนไพรไทย มี 1 ตัวอย่างเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์ เพียงแต่ยังคงพบการปนเปื้อนของโลหะหนักแคดเมียม ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่เกินค่าสูงสุด หรืออยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

 

ทั้งนี้ เป็นเพียงการตรวจเฉพาะสารปนเปื้อนเท่านั้น ยังไม่รวมไปถึงการตรวจวิเคราะห์หาสารสำคัญในกัญชาที่ใช้ไปสกัดทำยา และในอนาคตอาจจะต้องมีการตรวจครอบคลุมไปถึงเรื่องของเชื้อราและยาฆ่าเชื้อรา เพราะด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย การเก็บรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้กัญชามีความปลอดภัย เหมาะสำหรับนำไปสกัดทำยา จะต้องควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ ขั้นตอนการปลูก เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่เป็นไปตามมาตรฐาน

 

รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CcqsAmmRPeU