video_image

จากกรณีเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ถูกเพื่อนร่วมชั้นและรุ่นพี่ชั้น ป.2 ล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ขณะพักกลางวันจนเลือดไหลไม่หยุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมานั้น

 

ซึ่งแพทย์ระบุว่า อาจเกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จนนำไปสู่การส่งฟ้องไปยังอัยการ ด้วยพยานและหลักฐานพบว่านักเรียนผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ได้กระทำผิดจริง แต่เนื่องจากอายุยังไม่ถึง 10 ปี ตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษ

 

ส่วนทางโรงเรียนกลับพยายามปกปิดเรื่องนี้ และปฎิเสธว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงเรียน ที่เด็กเลือดออกเพราะเล่นเครื่องเล่น แถมยังอ้างว่าครอบครัวของเด็กกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายโรงเรียนเพื่อเรียกร้องเงิน โดยทางโรงเรียนพยายามเสนอเงิน 10,000 บาท เพื่อขอจบเรื่องทั้งหมด ไม่ให้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หรือหน่วยงานอื่นๆ เนื่องจากจะทำให้โรงเรียนถูกตัดงบประมาณการศึกษา ซึ่งขณะนั้นญาติก็ยินยอมตามข้อตกลง

 

แต่ผ่านมานับ 6 เดือน ทางครอบครัวก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากทางโรงเรียนและครอบครัวของผู้ก่อเหตุเลย พอร้องเรียนไปยังสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานในจังหวัดอุบลราชธานี กลับได้รับหนังสือตอบกลับว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นในโรงเรียน

 

ต่อมาทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ได้พาปู่และย่าของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน เรียกร้องให้ทางโรงเรียนแสดงความรับผิดชอบ โดยจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับทางโรงเรียน และสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวออกนอกพื้นที่ เพื่อความสะดวกต่อการสอบสวน โดยจะนำเอกสารหลักฐานความเห็นของพนักงานสอบสวนและอัยการไปยื่นด้วย

 

เพราะถึงแม้ทางอาญาจะไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ที่สามารถทำได้คือ ยื่นฟ้องคดีทางแพ่งให้ผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ ผอ.โรงเรียน ครูประจำชั้น และสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกันรับผิดชอบและเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายสำหรับเรื่องนี้

 

ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกอ้างเล่าว่า จากการสอบสวนไม่พบมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน เนื่องจากเด็กชั้นอนุบาลไม่มีโอกาสได้พบกับเด็กชั้นประถมในช่วงพักเที่ยง เพราะมีการจัดเวลาพักให้เหลื่อมเวลากัน คือเวลา 11.00 น. ครูประจำชั้นเด็กอนุบาลจะนำเด็กเดินแถว เพื่อมากินข้าวที่โรงอาหารที่ห่างจากอาคารเด็กอนุบาลประมาณ 50 เมตร

 

หลังจากนั้นเวลา 11.45 น. ครูก็จะนำเด็กอนุบาลเดินแถวกลับเข้าห้องเรียน ซึ่งเป็นอาคารแยกจากชั้นเรียนอื่นๆ รวมทั้งในตัวอาคารมีที่แปรงฟันและมีห้องน้ำในตัว เด็กอนุบาลจะไม่มีโอกาสได้ใช้รวมกับเด็กชั้นอื่นๆ ดังนั้นเด็กอนุบาลกับเด็กชั้นประถม จึงไม่มีโอกาสเจอกัน

 

ต่อมาหลังมีเรื่องและปู่ของเด็กร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน จึงเสนอจะผูกข้อต่อแขนทำขวัญให้กับหลานเป็นเงินจำนวน 1 หมื่นบาท แต่คนเป็นปู่ไม่เอา เอาแต่บอกว่าโรงเรียนต้องรับผิดชอบ และพูดกว้างๆ ผ่านมาทางครูว่า ต้องเป็นเงินจำนวนหลายแสน ซึ่งทางโรงเรียนไม่มีเงินจ่ายให้ จึงปล่อยให้ผู้เป็นปู่ดำเนินการตามที่จะเห็นเหมาะสม เพราะโรงเรียนไม่รู้จะทำอย่างไร และเชื่อว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งอาจจะไปเกิดที่อื่นหรือไม่ก็ไม่ทราบด้วย

 

ตนได้สอบถามไปยัง อาจารย์ประจำชั้นอนุบาล 3 ทราบว่าวันเกิดเหตุเด็กเพิ่งกลับมาเรียนหลังหยุดไปได้ราว 1 สัปดาห์ เพราะเด็กไปเยี่ยมญาติในจังหวัดภาคใต้ วันนั้นเด็กก็เป็นปกติ แม้เวลาไปทานข้าวก็เดินเรียงแถวกันไปทานข้าวและกลับมาที่ห้อง ไม่ได้มีการแวะเข้าห้องน้ำระหว่างทาง เพราะครูจะคอยดูแลตลอดเวลา

 

เมื่อกลับมาถึงชั้นเรียนก็ทำกิจวัตรประจำวัน ก่อนเข้านอนในตอนเที่ยง โดยเด็กไม่ได้ร้องไห้ เพราะไม่มีอาการเจ็บปวด หรือมีเลือดไหลจากอวัยวะเพศแต่อย่างใด กระทั่งเด็กตื่นนอนขึ้นมาช่วงบ่าย เพราะเด็กฉี่ใส่ที่นอน ก็นำเด็กคนดังกล่าวไปล้างทำความสะอาด ก่อนแต่งตัวและพาเดินแถวออกไปขึ้นรถรับส่งของโรงเรียน โดยมีญาติลูกพี่ลูกน้องที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 มารับพาเดินไปขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งขอยืนยันว่า ระหว่างเด็กอยู่ที่โรงเรียนไม่ได้มีการฟ้องว่า ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งแต่อย่างใดด้วย

 

ด้านตร.บอกว่า คดีนี้อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากคู่กรณีเป็นเด็กอายุ 5 และ 8 ปี ส่วนที่ต้องตั้งข้อว่า ข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากกฏหมายใหม่ มีข้อกล่าวไว้ว่า แม้ไม่ได้ใช้อะไรสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ ก็ถือว่าเป็นข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนเด็กชายที่ถูกกล่าวหาทั้งคู่ ก็ให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ทำ และเวลานี้ศาลมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว และจบคดีความไปนานแล้ว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mQWTz8-HcEI