video_image

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง กระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย อยากดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจด้วย นายอุตตมตอบว่า ขณะนี้ยังไปไม่ถึงขั้นใครได้กระทรวงไหน ยังอยู่ขั้นตอนการหารือ ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจพลังประชารัฐที่เอากระทรวงเศรษฐกิจไว้หมด จึงมีแผนแยกตัวไปจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนาจัดตั้งรัฐบาลแข่งนั้น ไม่เคยได้ยิน ยังไม่เห็นเงื่อนไข ใดๆทั้งสิ้น

 

แต่ยอมรับเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ พลังประชารัฐได้แถลงนโยบายด้านนี้ต่อประชาชนแล้ว ต้องขับเคลื่อนให้ได้ ต้องมาหารือกัน ส่วนใครจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงใด ยังไม่ถึงตรงนั้น เมื่อถามว่าต้องรอมติพรรคประชาธิปัตย์วันที่ 15 พ.ค.หรือไม่ นายอุตตมตอบว่า ยังไม่แน่ใจมติพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร ต้องรอฟัง

 

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคแนวร่วม มีตัวเลข ส.ส.ไม่ครบ 250 เสียง จึงเป็นความชอบธรรมของ พรรคพลังประชารัฐที่จะขยับมาจัดตั้งรัฐบาล และไม่กังวลการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเพราะ ที่ผ่านมาเคยมีรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่อยู่ได้ไม่นาน หากเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แล้วบริหารจัดการดี สามารถอยู่ได้ครบ 4 ปี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาลกับพรรคการเมืองให้ลงตัว หากบริหารจัดการให้ดีก็อยู่ได้นาน การมีพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมากไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค

 

ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ข้อห่วงใยว่ารัฐบาลปริ่มน้ำอาจอยู่ได้ไม่นาน นั้น อยู่ที่ผลงานของรัฐบาลมากกว่า ถ้ารัฐบาลมีผลงานดี แก้ปัญหาความยากจนได้ ประชาชนก็มั่นใจ รัฐบาลและพรรคการเมืองจะอยู่ได้นาน แต่ ถ้ามีเสียงข้างมากกว่า 300 เสียงแล้วเข้าไปทำเรื่องไม่ถูกต้องเหมือนในอดีต ก็อยู่ได้ไม่นาน มีประชาชนออกมาต่อต้าน มั่นใจว่าพรรคเล็กๆอยากมาร่วมงาน กับพลังประชารัฐ ตัวเลขเท่าที่ประเมินขณะนี้เรามี 254-255 เสียง โดยรวมตัวเลขพรรคเล็กแล้ว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i_CPiXX-5t0