video_image

เชียงใหม่-โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพกำแพงเมืองเชียงใหม่ บริเวณย่านประตูท่าแพ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ถูกนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ใช้สเปรย์สีดำ พ่นเป็นตัวอักษร เขียนว่า 'Scougge Lee B' จนทำให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ามอง และถือเป็นการลบหลู่โบราณสถานสำคัญอายุกว่า 700 ปี ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่

 

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านกาแฟใกล้เคียง พบกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นชาย 4 คน เดินมาตามทางจนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนที่หนึ่งในกลุ่มจะเดินถือสเปรย์มาพ่นกำแพงเมือง มีชายอีกหนึ่งคนในกลุ่มได้ใช้มือถือถ่ายรูปไว้ด้วย จากนั้นก็มีชายอีกสองคนเดินตามหลังมา

 

โดยหลังก่อเหตุทั้งหมดยังได้มีการพูดคุยและยืนหยอกล้อกันที่บริเวณดังกล่าว ด้วยความสนุกสนาน จนกระทั่งมีรถตุ๊กตุ๊ก คันหนึ่งขับผ่านมาพบเจอ แล้วได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งหมด ก่อนที่จะเดินผ่านจุดที่กล้องวงจรปิดถ่ายไว้ได้ โดยได้มีการโยนกระป๋องสีสเปรย์ทิ้งไว้ที่บริเวณด้านข้างของร้านกาแฟร้านดังกล่าวอีกด้วย

 

ทั้งนี้ทางกรมศิลปากรเชียงใหม่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการทำความสะอาดสีสเปรย์ที่พ่นบนกำแพงเมืองแล้ว ด้วยการใช้แปรงทองเหลืองขัดในจุดที่ถูกสเปรย์พ่นลงไป และต้องเร่งทำการขัดให้ออกโดยเร็วก่อนที่สีที่พ่นไปนั้นจะซึมเข้าเนื้ออิฐ และจะทำให้ขัดออกได้ยากยิ่งขึ้น ส่วนอักษรที่ถูกพ่นลงไปนั้น จากการสอบถามทราบว่าน่าจะเป็นคำแสลงฝรั่ง ที่เป็นชื่อสถานที่หรือเมืองหนึ่งในต่างประเทศ

 

ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว MR. FURLONG LEE อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ และ MRS.BRITTNEY LORRETTA KATHERINE SCHNEIDER อายุ 23 ปี สัญชาติแคนนาดา โดยสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณเกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งย่านถนนกำแพงดิน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาดังกล่าวมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

เบื้องต้นสารภาพว่า ในกลุ่มดื่มกินกันจนมึนเมา ระหว่างเดินกลับที่พัก ได้เจอกระป๋องสเปรย์วางอยู่จึงเกิดความคึกคะนอง และได้นำไปพ่นที่กำแพง เป็นคำว่า SCOUSER LEE ซึ่งเป็นศัพท์แสลงภาษาอังกฤษ หมายถึงคนพื้นถิ่นที่มาจากเมืองลิเวอร์พูล จนกระทั่งมีรถตุ๊กตุ๊ก คันหนึ่งขับผ่านมาพบเจอ แล้วได้มีการพูดคุยไม่ให้กระทำการในลักษณะดังกล่าวตนจึงหยุดและได้ทิ้งกระป๋องสเปรย์ไว้แล้วเดินกลับที่พัก จากนั้นในเวลาต่อมาก็มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาจับกุมตัวได้ในที่สุด

 

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 32 ผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ส่วนเพื่อนในกลุ่มอีก 2 คนที่อยู่ด้วยกันนั้นได้ให้การว่าไม่ได้เป็นคนใช้สีสเปรย์พ่น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการนำตัวลงบันทึกประวัติและได้ปล่อยตัวไป ซึ่งถือเป็นการดำเนินคดีตามหลักฐานที่ปรากฎ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LLWTK_ZTR5U