video_image

ความคืบหน้าคดีนายแอร์ วินรถ จยย. ที่พยายามกระทำอนาจารเด็กอายุ 9 ขวบ ในห้องน้ำวัด ออเงิน ซึ่งถูก ตร.จับกุมไปก่อนหน้านี้

 

ล่าสุดตำรวจ สน.สายไหม สอบปากคำด.ญ.กุ้ง (นามสมมติ) วัย 9 ปี พร้อมบิดาเดินทางเข้าให้ปากคำกับพบพนักงานสอบสวน หลังถูกนายแอร์ พยายามล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำอยู่ดีบำรุงธรรม หรือ วัดออเงิน ย่านสายไหม โดยมีเจ้าหน้าสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบ พร้อมกับชี้ตัวนายแอร์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ

 

หลังสอบปากคำนาน 2 ชั่วโมงครึ่ง บิดาและน้องกุ้งก็เดินทางกลับ โดยเปิดเผยสั้นๆว่า ตอนนี้สภาพจิตใจน้องดีขึ้นแล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย ขณะที่สหวิชาชีพ โดยทีมจิตแพทย์ ก็จะมีการประเมินสภาพจิตใจเป็นระยะ โดยพบว่า เมื่อมีการสอบปากคำมากขึ้น เด็กเริ่มมีอาการเครียด ให้หยุดการสอบปากคำก่อน โดยหลังจากนี้ทีมจิตแพทย์ก็จะวางแผนไปที่โรงเรียน และบ้านเพื่อติดตามอาการของน้องต่อไป

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ รับเพียงว่าได้รับเด็กหญิงเพื่อพาไปส่งบ้านจริง แต่ระหว่างทางเกิดปวดท้อง จึงแวะเข้าห้องน้ำในวัด ซึ่งเด็กหญิงตามเข้าไปในห้องน้ำเอง เมื่อตนเองกำลังถอดกางเกงจะทำธุระ ปรากฎว่าเด็กหญิงตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงรีบหลบหนีไป

 

เบื้องต้นยังไม่เชื่อคำให้การดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหามีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง และยังให้การบางอย่างไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าชื่อ ปัญญา แก้ววิไลย์ แต่เมื่อนำไปตรวจสอบในทะเบียนประวัติกลับไม่พบชื่อบุคคลดังกล่าว

 

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้ง 5 ข้อหา คือ พาผู้เยาว์ไปเพื่อกระทำอนาจารเด็กฯ / พรากผู้เยาว์ฯ / กักขังหน่วงเหนี่ยวถ / เมาแล้วขับ / เสพยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ก่อนเตรียมคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี ฝากขังในวันนี้ (21 ก.ย.)

 

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ วัดออเงิน ไปพูดคุยกับพระศักดา บานชื่น พระลูกวัดที่เข้าไปช่วยเหลือน้องกุ้ง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเห็นนายแอร์ขับรถพุ่งเข้ามจอดที่หน้าห้องน้ำ โดยที่เห็นแววตาและสีหน้าเด็ก มีอาการคล้ายถูกบังคับ ตนจึงเดินไปหยิบแท่งเหล็กที่ระฆังข้างศาลา และจะเดินกลับมายังหน้าห้องน้ำที่เกิดเหตุ ขณะที่เดินก็ได้ยินเสียงร้องของเด็กว่า “อย่าทำหนู อย่าทำหนู”

 

ตอนนั้นก็ใช้แท่งเหล็กตีเข้าไปที่ประตูห้องน้ำข้างๆก่อน เพราะเข้าใจว่าคือห้องนั้น จากนั้นก็ตีเข้าที่ประตูห้องข้างๆ และบอกให้นายแอร์เปิดประตูแต่นายแอร์ก็ไม่ยอมเปิด พระลูกวัดก็วิ่งมาช่วยกัน จนนายแอร์ยอมเปิดประตู สภาพที่เห็นคือ เด็กยืนร้องไห้ ตัวสั่น แต่นายแอร์ ไม่รูดซิปกางเกงและอ้างว่าไม่ได้ทำอะไรแค่มาเข้าห้องน้ำ ก่อนขับรถ จยย.ออกจากวัด

 

ทางด้านคนวินจยย.วัดเกาะซอย 3 ซึ่งเป็นวินที่นายแอร์ขับรถอยู่ เล่าว่า นายแอร์ถูกไล่ออกจากวิน เนื่องจากไม่ทำตามกฎระเบียบ เสื้อวินที่ใส่ก็เป็นวินเถื่อน เป็นเสื้อของนายแอร์เอง สมัยที่ยังไม่มีการลงทะเบียน พฤติกรรมของนายแอร์ชอบดื่มสุราและสูบกัญชาก่อนขับรถเป็นประจำ และทุกเย็นนายแอร์จะชอบมาขับวินเถื่อนรับเด็กนักเรียนช่วงเลิกเรียน

 

ซึ่งนายแอร์ในอดีตเคยมีเมียและลูกสองคน คนโตอายุ 14 ปี คนเล็ก 11 ปี แต่ลูกกับเมียทนพฤติกรรมนายแอร์ไม่ไหวเลิกราไปได้สามปีแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่มาทำกับเด็ก อยากให้ติดคุกนานๆ นอกจากจะทำกับเด็กแล้วยังทำให้อาชีพวินจยย.เสื่อมเสีย และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากวดขันเรื่องวินเถื่อนด้วย

 

ผู้สื่อข่าวไปพูดคุยกับคนสนิทของครอบครัวน้องกุ้งเล่าว่า ครอบครัวน้องมีพี่ทั้งหมด 6 คน แม่ของเด็ก ไม่ได้สนิทกับนายแอร์ แต่รู้จักว่านายแอร์เป็นวิน จยย.ในซอยวัดเกาะ และช่วงที่แม่ของน้องกุ้งขายรองเท้า นายแอร์เคยมาเป็นลูกค้า และนายแอร์เคยส่งน้องกุ้งมาก่อน บางครั้งก็ไม่เอาค่าโดยสาร

 

ในครอบครัวน้องไม่มีใครชอบนายแอร์เพราะมีพฤติกรรมไม่น่าวางใจ วันเกิดเหตุ พ่อและพี่สาวน้องกุ้งอยู่ที่บ้าน พอ ตร.มาแจ้งว่า มีคนร้ายพยายามกระทำอนาจารน้องกุ้ง คนในครอบครัวต่างร้องไห้โฮและรีบไปพบตร.ทันที  ทั้งนี้ทางครอบครัวอยากขอร้องสื่อมวลชน ช่วยลงข่าวให้ถูกต้อง เด็กยังไม่ได้ถูกข่มขืน แต่คนร้ายพยายามจะกระทำอนาจารแต่โชคดีที่พระเข้าช่วยเหลือทัน

 

สำหรับนายแอร์นั้น เป็นชื่อเล่นที่เพื่อนๆตั้งให้ เพราะนายแอร์ มีรอยสักเต็มตัว คล้ายเณรแอร์ เพื่อนๆจึงมักเรียกอาจารย์แอร์ หากเอ่ยถึงพฤติกรรมของนายแอร์ วินจยย.ในซอยวัดเกาะ ต่างทราบพฤติกรรมดี หลังจากถูกจับกุม นายแอร์ก็นอนพักในห้องขัง โดยพูดจาไม่รู้เรื่อง

 

จนกระทั่งช่วงเช้า ตร.นำตัวมาสอบปากคำก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง จนต้องให้ไปล้างหน้าและมาสอบปากคำใหม่ และตลอดการถูกคุมขังที่โรงพัก ไม่มีญาติหรือเพื่อนติดต่อเข้าเยี่ยมหรือขอประกันตัวนายแอร์

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BZn_CEMfz-c