video_image
จากกรณีโลกโซเชียลแฉพฤติกรรมของ #บอยสกล ที่ระบุว่า แอบอ้างเรียนโรงเรียนดัง และแอบอ้างเป็นนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการโพสต์ภาพตนเองทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ถึงขั้นไปถือป้ายในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเงินรุ่นที่หายไปมากกว่า 700,000 บาท ตอนที่ยังเป็นนิสิตอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ด้วยนั้น
 
ล่าสุด รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ได้รายงานว่าได้ติดต่อไปทาง บอยสกล เพื่อสอบถาม ซึ่งเจ้าตัวได้ติดต่อกลับมายังรายการ โดยส่งข้อความระบุว่า "ตอนนี้มีหลายกระแสมากมายเหลือเกิน พอเข้าใจได้ว่าเพราะอะไร บางเรื่องก็ยอมรับได้ แต่บางเรื่องก็ยอมรับไม่ได้ สำหรับเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ขอเวลารวบรวมเอกสารหลักฐานอีกนิด แล้วจะมาชี้แจงให้ครบถ้วน และสามารถชี้แจงได้ทุกคำถาม"
 
ขณะที่ นายธนวัฒน์ วงค์ชัย นิสิตปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นประธานนิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่นายบอยสกล แอบอ้างมาเรียนอยู่ที่จุฬาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 โดยตอนแรกอ้างว่าอยู่คณะบัญชี และสุดท้ายได้มาแอบอ้างว่าย้ายจากคณะบัญชีมาอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ ในปี 2559 จนถึงปี 2561 รวมเวลาเกือบ 4 ปี ทั้งนี้ตนไม่ได้รู้จักกับนายบอยเป็นการส่วนตัวแต่ก็เคยเห็นที่คณะและตามกิจกรรมบ้าง
 
และกิจกรรมล่าสุด นายบอยได้ใส่ชื่อตัวเองว่าเป็นนิสิตที่รับผิดชอบโครงการ ทางสภานิสิตจึงเอาชื่อไปคีย์ข้อมูลเพื่อที่จะให้คะแนนกิจกรรม แต่ปรากฎว่าไม่มีนิสิตชื่อนี้อยู่ในระบบของมหาวิทยาลัย จึงมีการตรวจสอบกันเกิดขึ้น ประกอบกับมีข้อมูลมาจากทางโซเซียล จึงได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติมจนพบว่า นายบอยสกล ได้มีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน หลังจากที่มีการจับได้ทางสภานิสิตได้มีการพยายามติดต่อไปแต่ไม่สามารถติดต่อได้
 
ส่วนงานฟุตบอลประเพณีที่เห็นนายบอยสกลได้ไปถือไปนั้น ทางตนอยากจะชี้แจงว่า หลัก ๆ แล้วขบวนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ขบวนจากส่วนกลาง และขบวนที่คณะประมูลได้ ซึ่งขบวนของส่วนกลางจะมีกระบวนการคัดเลือกที่ชัดเจนและสามารตรวจสอบได้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะเป็นฝ่ายจัดตั้งเปิดโครงการคัดเลือกเอง ส่วนขบวนที่คณะประมูลได้จะเป็นการให้สิทธิ์ทางคณะเต็มที่ว่าจะเลือกจัดการขบวนอย่างไร ให้ใครเป็นคนถือป้าย ซึ่งนายบอยสกล เป็นคนที่ถือได้ว่าสนิทสนมกับคนที่ทำกิจกรรมในคณะอยู่แล้วจึงอาศัยช่องทางตรงนั้น ประกอบกับเป็นคนที่พูดจาโน้มน้าวคนเก่ง จึงได้ไปโน้มน้าวรุ่นพี่ขอให้ช่วยให้ได้ถือป้าย ทำให้คนที่จัดงานอนุญาต
 
และเรื่องที่นายบอยเดินเข้าออกในหอสมุดกลางที่ต้องใช้บัตรนิสิตในการเข้าออกนั้น ตรงนี้ทางมหาวิทยาลัยจะมีกฎอยู่ 2 อย่างคือ ใช้บัตรนิสิตและแตะเข้าไป อย่างที่ 2 คือ ถ้ามีการลืมบัตรนิสิตมาก็จะสามารถใช้บัตรผ่านชั่วคราวได้โดยที่ต้องทำการซื้อเป็นเงิน 20 บาท ซึ่งเป็นไปได้ว่านายบอยสกลซื้อบัตรชั่วคราว หรือใช้บัตรนิสิตของคนอื่น ทั้งนี้จากที่ได้ยินได้ทราบมาจากเพื่อนของนายบอยจะใช้บัตรนิสิตที่เป็นของรุ่นปี 57 แต่รหัสนิสิตที่นายบอยอ้างเป็นรหัสปี 58
 
นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการสอบถามถามรุ่นพี่และเพื่อนของนายบอยทราบว่านายบอยจะเข้าเรียนและทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ มีสายรหัสเหมือนนิสิตทั่วไป แต่นายบอยจะเข้าเรียนเฉพาะรายวิชาที่ไม่มีการเช็คชื่อเท่านั้น และเวลาสอบเมื่อเพื่อนถามถึงว่าทำไมไม่เห็นมาสอบ นายบอยก็มักจะอ้างว่าได้ทำการสอบแบบเก็บตัวไปแล้ว ซึ่งคือการสอบในกรณีที่มีการสอบแบบชนกัน 2-3 วิชา นิสิตก็จะต้องทำเรื่องกับฝ่ายทะเบียนว่าขอสอบก่อน และนายบอยก็มักจะเอาเรื่องการสอบในกรณีแบบนี้มาแอบอ้างเป็นประจำ 
 
ด้าน ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยบูรพา โดยทางนายเสถียร ปุรณะวิทย์ รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนิสิต เผยว่า หลังจากที่มีข่าวขึ้นมาทางมหาวิทยาลัยก็ตรวจสอบประวัติของบอยสกล ก็พบว่าเข้ามาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อปี 2557 และพ้นสภาพไปเมื่อปี 2558 จริง ส่วนเรื่องการหลอกลวงเก็บเงินรุ่นน้อง ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นมาอย่างไร ซึ่งนโยบายของมาวิทยาลัย ไม่ให้นิสิตเก็บเงินกันเอง ไม่ว่าจะไปทำกิจกรรมอะไรก็ตาม เพราะมหาวิทยาลัยจะมีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของนิสิตมาตลอด
 
ส่วนเรื่องการยักยอกเงิน ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวน เพราะว่าบอยสกล ก็พ้นสภาพไปนานแล้ว ก็คงจะต้องให้บุคคลที่เสียหายเป็นผู้ดำเนินการต่อไป ก็ขอร้องให้บอยสกลออกมาพิสูจน์ตัวเองว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ถ้าไม่ได้กระทำความผิดอะไรก็มาแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเอง
 
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปติดตามความคืบหน้าที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งก็มีสินิตที่ทราบว่า ต่างก็จับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว บางคนก็พึ่งทราบว่านายบอยสกล ได้หายตัวไปพร้อมกับเงินของสโมสรฯ เช่นกัน
 
ขณะที่ ดร.สิทธิภัสร์ เอื้ออภิวัชร์ ผู้ช่วยคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ความเป็นจริงทางคณะก็มีเงินสนับสนุนกิจกรรมของนิสิตภายในคณะอยู่แล้ว ปีหนึ่งก็มากกว่า 1 ล้านบาท และที่ผ่านมาก็มีการห้างนิสิตเก็บเงินมาโดยตลอด พอทราบข่าวก็ตกใจเช่นกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็เกิดขึ้นมา 4 ปีแล้ว บอยสกลก็พ้นสภาพจากมหาวิทยาลัยไปนานแล้วเช่นกัน
 
ส่วนขั้นตอนการดำเนินการต่อไปทางคณะก็จะประสานไปยังนิสิตเก่า รหัส 57 ซึ่งจบไปแล้ว 1 ปี ว่าจะดำเนินการอย่างไร หรือจะมีการรวบรวมชื่อนิสิตที่จ่ายเงินในครั้งนี้ ว่ามีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องเงินที่หายไป ทางคณะก็ยินดีจะประสานให้เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางคณะก็มีความเป็นห่วงในเรื่องที่เกิดขึ้น ตระหนักถึงผลกระทบที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ก็จะดูแล กวดขัน เข้มงวดกับนิสิตเพื่อไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป
 
รายงานข่าวแจ้งว่า นายบอยสกล จบการเรียนมาจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยมีเกรดเฉลี่ย 2.96 เข้ามาสอบตรงกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรียนได้ 1 เทอม ได้เกรด 1.50 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยกำหนดต้องไม่ต่ำกว่า 1.75 นายบอยสกลแทบจะไม่ได้เข้าเรียน จากการดูเกรดเฉลี่ยที่จบม.ปลาย ก็ถือว่าเป็นเด็กที่เรียนในขั้นดี หากบอยสกล มีความตั้งใจที่จะเรียนจริง คงไม่ได้เกรดเฉลี่ย 1.50 อย่างแน่นอน
 
นอกจากนี้ นิสิตสาวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนหนึ่ง ที่มีความใกล้ชิดกับบอยสกล ได้โพสต์เล่าพฤติกรรมของบอยสกล และมีการเผยแพร่ข้อความสนทนาในไลน์ของทั้งคู่ด้วย ระบุว่า คนเรามีทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่มีใครเลว 100% และถามด้วยว่า ที่ทำอยู่มีความสุขหรือไม่ อยากให้บอยทบทวนและยอมรับในสิ่งที่บอยทำ กล้าทำก็ต้องกล้ารับ
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ukst1GPVeoY