video_image

ชูวิทย์มีเรื่องเล่ากับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถกกรณีฉาวสำนักข่าวไต้หวันรายงานข่าวนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันถูกพนักงานนวดชายของร้านนวดแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 23 ข่มขืน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในของประเทศไต้หวัน ก่อนที่ในเวลาต่อมาตำรวจ สน.ทองหล่อ จะจับกุมตัวนายภูริวัฒน์ เทียนไชย อายุ 27 ปี พนักงานนวดที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธอ้างว่า มีเพศสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวรายนี้จริง แต่ผู้เสียหายยินยอม ไม่ได้ข่มขืน และเมื่อนวดเสร็จแล้ว ลูกค้ายังให้ทิปแก่ผู้ต้องหาอีกจำนวน 100 บาทด้วย

ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีและข่มขืนนกระทำชำเราผู้อื่น” พร้อมทั้งพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาไว้ แล้วให้เดินทางกลับไปโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด และจะทำการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนอีกครั้ง โดยได้นัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.นี้

 

โดยคุณชูวิทย์วิเคราะห์ว่า จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการข่มขืนหรือสมยอม สามารถสอบปากคำจากพยานซึ่งเป็นพนักงานในร้านเพราะหากมีการข่มขืนจริงก็ต้องมีการต่อสู้โวยวายหรือร้องตะโกน ชี้การนวดแผนโบราณอาจมีการกดจุดบางอย่างที่อาจทำให้มีอารมณ์ทางเพศได้

 

ล่าสุด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ทางกองสถานประกอบการฯได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบว่า ร้านนวดดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือไม่ รวมทั้งผู้ให้บริการมีการขึ้นทะเบียนกับกรม สบส.หรือไม่

โดยหากตรวจสอบพบว่าผู้ให้บริการมีการกระทำผิดจริง ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯหรือเจ้าของร้านจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานประกอบเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ฐานปล่อยให้มีการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการฯ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และอาจได้รับโทษสูงสุดคือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนผู้ให้บริการที่กระทำผิดจะต้องถูกลบชื่อออกจากทะเบียน หมดสิทธิประกอบอาชีพนวดอีกต่อไป และต้องรับโทษตามกฎหมายอาญา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/U-3biDfkE0o